กคำศัพท์สำคัญในการตรวจพิสูจน์ความเป็นพ่อ

เนื้อหาในบทความนี้

ทำความรู้จักคำศัพท์สำคัญในการตรวจพิสูจน์ความเป็นพ่อ (Paternity Test) อย่างละเอียด

เวลาที่เราพูดถึง “การตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ความเป็นพ่อ” หรือ “Paternity test” ทางทีมงานเฮลท์สไมล์เข้าใจดีค่ะว่าหลายๆ ครอบครัวอาจจะรู้สึกกังวลใจอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นความตื่นเต้น ความเครียด หรือความสับสน ยิ่งพอถึงเวลาที่ต้องมาอ่านเอกสารใบกรอกประวัติ (Request Form) หรือหนังสือแสดงความยินยอม (Consent Form) แล้วต้องมาเจอกับคำศัพท์เฉพาะทางทางการแพทย์และพันธุศาสตร์มากมาย ก็อาจจะพาให้รู้สึกงุนงงและไม่มั่นใจไปกันใหญ่

เพื่อให้คุณลูกค้าอ่านเอกสารได้อย่างเข้าใจง่ายขึ้น มั่นใจในทุกขั้นตอนของกระบวนการ และเห็นถึงความโปร่งใสและมาตรฐานความเป็นมืออาชีพของเรา เราจึงได้รวบรวมและแปลความหมายคำศัพท์สำคัญๆ ทั้งหมดมาให้แบบเจาะลึก แต่อ่านง่าย เป็นกันเอง เหมือนมีผู้เชี่ยวชาญมานั่งอธิบายให้ฟังข้างๆ เลยค่ะ โดยเราจะขอแบ่งเนื้อหาออกเป็นหมวดหมู่ที่ชัดเจน แยกการตรวจหลังคลอดและการตรวจขณะตั้งครรภ์ออกจากกัน เพื่อป้องกันความสับสนนะคะ

หมวดที่ 1 : คำศัพท์พื้นฐานทางพันธุศาสตร์ (The Basics of Genetics)

ก่อนที่เราจะไปดูเรื่องขั้นตอนหรือเอกสาร เรามาทำความเข้าใจพื้นฐานของคำศัพท์ที่เปรียบเสมือนหัวใจหลักของการตรวจกันก่อนค่ะ ไม่ว่าคุณจะเลือกตรวจรูปแบบไหน คำศัพท์เหล่านี้คือสิ่งที่คุณจะต้องเจอในใบรายงานผลอย่างแน่นอน

  • DNA (Deoxyribonucleic Acid) / ดีเอ็นเอ:

    ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆ DNA ก็คือ “พิมพ์เขียว” หรือสารพันธุกรรมที่เก็บข้อมูลลักษณะต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกใบนี้ ร่างกายของเราประกอบขึ้นมาจากคำสั่งใน DNA นี่แหละค่ะ ตามหลักการทางธรรมชาติแล้ว ลูกจะได้รับการถ่ายทอด DNA มาจากคุณพ่อครึ่งหนึ่ง (50%) และจากคุณแม่ อีกครึ่งหนึ่ง (50%) มาประกอบร่างกัน ดังนั้น การตรวจและเปรียบเทียบรหัส DNA จึงเป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับว่า แม่นยำที่สุดในปัจจุบัน สำหรับการพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือดค่ะ

  • Genetic Marker / เครื่องหมายทางพันธุกรรม:

    ลองจินตนาการว่าสาย DNA ของเราคือถนนสายยาวๆ “Genetic Marker” ก็คือ “ป้ายบอกทาง” หรือตำแหน่งเฉพาะเจาะจงบนสาย DNA นั้นๆ ที่มีความแตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ในแต่ละบุคคล (ยกเว้นแฝดแท้ไข่ใบเดียวกัน) ห้องปฏิบัติการของเราจะไม่สุ่มตรวจมั่วๆ นะคะ แต่เราจะทำการวิเคราะห์ตำแหน่งเหล่านี้อย่างเจาะจง ซึ่งตามมาตรฐานสากล มักจะตรวจตั้งแต่ 16-24 ตำแหน่งขึ้นไป เพื่อนำข้อมูลมาตั้งโต๊ะเปรียบเทียบความตรงกันระหว่างผู้ถูกตรวจ ยิ่งตรวจหลายตำแหน่ง ผลลัพธ์ก็ยิ่งแม่นยำและชัดเจนมากขึ้นเท่านั้นค่ะ

  • Locus (พหูพจน์: Loci) / โลคัส:

    คำนี้มักจะโผล่มาในตารางรายงานผลการวิเคราะห์ค่ะ โลคัส แปลแบบเข้าใจง่ายๆ ก็คือ “บ้านเลขที่” หรือตำแหน่งที่อยู่ของยีนและเครื่องหมายทางพันธุกรรมบนโครโมโซม เวลาที่คุณอ่านรายงานผลตรวจ DNA คุณจะเห็นตารางที่แสดงผลการเปรียบเทียบตัวเลขในแต่ละ Locus อย่างละเอียดแบบบรรทัดต่อบรรทัด เพื่อแสดงให้เห็นว่าที่บ้านเลขที่นี้ รหัสของคุณพ่อกับของน้องตรงกันหรือไม่นั่นเองค่ะ

อ่านเพิ่มเติม : วิธีอ่านผลตรวจ DNA ความเป็นพ่อลูกหลังคลอด 

หมวดที่ 2 : คำศัพท์ในเอกสารคำขอรับบริการและหนังสือยินยอม (Request & Consent Forms)

เมื่อคุณมาใช้บริการตรวจ DNA พิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับเฮลท์สไมล์ ผู้เข้ารับการตรวจจะต้องกรอกเอกสารค่ะ เพื่อยืนยันการเข้ารับบริการ ซึ่งจะมีคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ระบุสถานะและเงื่อนไขต่างๆ ดังนี้ค่ะ

  • Alleged Father

    คำนี้แปลตรงตัวว่า “ชายที่สงสัยว่าเป็นบิดา” หรือผู้ที่ต้องการพิสูจน์ความเป็นพ่อนั่นเองค่ะ ในทางกฎหมายและการแพทย์ ตราบใดที่ผล DNA ยังไม่ออกมาอย่างเป็นทางการ เอกสารจะใช้คำนี้เพื่อความเป็นกลางทางวิชาชีพ ไม่ได้มีเจตนาในแง่ลบใดๆ นะคะ

  • Pregnant Woman / Biological Mother

    หมายถึง สตรีตั้งครรภ์ หรือ มารดาผู้ให้กำเนิด ซึ่งข้อมูลของมารดาก็มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะในการตรวจบางรูปแบบที่ต้องนำ DNA ของแม่มาเป็นตัวตั้งต้นในการช่วยคัดกรอง

  • Legal Custodian:

    คำนี้มีความสำคัญมากในทางกฎหมาย แปลว่า “ผู้ปกครองตามกฎหมาย” จะปรากฏอยู่ในใบ Consent Form หรือหนังสือแสดงความยินยอมค่ะ ในกรณีที่ผู้เข้ารับการตรวจ (เด็ก) ยังเป็นผู้เยาว์ หรือเป็นผู้ที่หย่อนความสามารถทางกฎหมาย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี Legal Custodian เป็นผู้ลงนามยินยอมให้ทำการเก็บตัวอย่างและทำการทดสอบ หากไม่มีลายเซ็นนี้ ห้องปฏิบัติการจะไม่สามารถดำเนินการตรวจให้ได้เพื่อเป็นการปกป้องสิทธิของเด็กค่ะ

อ่านเพิ่มเติม : ตรวจ DNA พิสูจน์ความเป็นบิดาโดยไม่แจ้งมารดา ทำได้หรือไม่? ข้อควรรู้ที่คุณไม่ควรมองข้าม

อ่านเพิ่มเติม : วิธีตรวจ DNA ความเป็นพ่อ-ลูก เพื่อความแน่ใจ (ไม่ใช้เอกสารทางกฎหมาย)

หมวดที่ 3 : การตรวจหลังคลอด (Postnatal Paternity Test)

หมวดนี้สำหรับครอบครัวที่น้องคลอดออกมาลืมตาดูโลกแล้ว หรือสำหรับบุคคลทั่วไปในทุกช่วงวัยที่ต้องการตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือดค่ะ กระบวนการในหมวดนี้จะเน้นไปที่การเก็บตัวอย่างจากร่างกายโดยตรง

  • Buccal Swab / การเก็บตัวอย่างเยื่อบุกระพุ้งแก้ม:

    ลืมภาพการถูกเข็มเจาะเลือดเจ็บๆ ไปได้เลยค่ะ นี่คือวิธีมาตรฐานสากลที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบัน ขั้นตอนคือง่ายมาก เพียงแค่ใช้อุปกรณ์เก็บ DNA จากเยื่อบุกระพุ้งแก้มทางการแพทย์ (ปราศจากเชื้อ) ลักษณะคล้ายๆก้านไม้พันสำลี (แต่ไม่ใช่สำลีนะคะ😊) ถูวนเบาๆ บริเวณกระพุ้งแก้มด้านในซ้ายและขวา เป็นวิธีที่ ปลอดภัย 100% ไม่เจ็บปวดเลยแม้แต่นิดเดียว เหมาะมากๆ สำหรับเด็กทารกแรกเกิดที่ผิวบอบบาง และที่สำคัญที่สุดคือ ให้ปริมาณเซลล์และ DNA ที่สมบูรณ์เพียงพอต่อการวิเคราะห์เทียบเท่ากับการเจาะเลือดเลยค่ะ ความแม่นยำไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด

  • Alternative Samples / สิ่งส่งตรวจทางเลือก:

    ในบางกรณีที่ไม่สะดวกมาเก็บตัวอย่างที่คลินิก หรือศูนย์ partner ของเรา หรือไม่สามารถทำ Buccal Swab ได้ ห้องแล็บระดับมาตรฐานของเราก็รองรับสิ่งส่งตรวจทางเลือกอื่นๆ ด้วยนะคะ เช่น

    • เลือด (Peripheral Blood): เจาะเลือดใส่หลอด EDTA ปกติ (ฝาสีม่วง)

    • คราบเลือด (Bloodstains): ที่แห้งติดบนกระดาษซับหรือผ้า

    • เส้นผม (Hair): ต้องเป็นเส้นผมที่มี “รากผม” ติดมาด้วยนะคะ ตัดเอาแค่ปลายผมไม่ได้ค่ะ

    • เล็บ (Nail): ตัดเล็บมือหรือเล็บเท้า

    • คราบอสุจิ (Semen): สามารถนำมาสกัด DNA ได้เช่นกัน

  • Chain of Custody / ห่วงโซ่การคุ้มครองพยานหลักฐาน:

    คำนี้คือ “หัวใจสำคัญ” สำหรับลูกค้าที่ต้องการตรวจเพื่อนำผลไป “ใช้ทางกฎหมาย” (เช่น ใช้ฟ้องร้องต่อศาล, ใช้ประกอบการรับรองบุตร, หรือทำเรื่องย้ายถิ่นฐาน) Chain of Custody คือระบบการควบคุมและบันทึกประวัติพยานหลักฐานที่รัดกุมมากที่สุด เริ่มตั้งแต่การตรวจบัตรประชาชน ถ่ายรูปยืนยันตัวตน มีพยานเซ็นรับรอง การเก็บตัวอย่างต่อหน้าเจ้าหน้าที่ การบรรจุลงซองนิรภัย ไปจนถึงการขนส่งถึงมือห้องแล็บ ทุกขั้นตอนต้องมีลายเซ็นกำกับ เพื่อเป็นเครื่องการันตีต่อศาลว่า “ตัวอย่างนี้ไม่มีการสับเปลี่ยนแน่นอน” และสามารถใช้เป็นหลักฐานชั้นศาลได้อย่างสมบูรณ์แบบค่ะ

อ่านเพิ่มเติม : ตรวจ DNA พิสูจน์พ่อลูกจากสิ่งใดได้บ้าง? เส้นผม เล็บ แปรงสีฟัน ฯลฯ

หมวดที่ 4: การตรวจ DNA พิสูจน์ความเป็นบิดาขณะตั้งครรภ์ (Prenatal Paternity Test)

สำหรับคุณแม่ที่กำลังอุ้มท้องอยู่และมีความจำเป็นต้องทราบผลตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อการวางแผนอนาคต ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำและปลอดภัยสุดๆ โดยไม่ต้องเสี่ยงเจาะน้ำคร่ำเหมือนสมัยก่อนแล้วค่ะ หมวดนี้เรามาดูศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจของคนท้องกันค่ะ

  • NIPPT (Non-Invasive Prenatal Paternity Test):

นวัตกรรมการตรวจ DNA พิสูจน์ความเป็นพ่อแบบ “ไม่ล่วงล้ำ” คำว่าไม่ล่วงล้ำหมายความว่า เราไม่ได้เอาเข็มไปเจาะที่ท้องหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมดลูกเลยค่ะ วิธีนี้ปลอดภัยต่อคุณแม่และเบบี๋ในครรภ์ 100% เพราะเราใช้แค่กระบวนการเจาะเลือดคุณแม่จากข้อพับแขนเหมือนการตรวจสุขภาพปกติ และเก็บตัวอย่างจากเยื่อบุกระพุ้งแก้มของคุณพ่อเท่านั้นเองค่ะ

  • Gestational Weeks / อายุครรภ์:

เป็นสิ่งที่คุณแม่ต้องกรอกในใบคำขอรับบริการ ตามมาตรฐานแล้ว การตรวจแบบ NIPPT จะสามารถเริ่มทำได้เมื่ออายุครรภ์ครบ 7 สัปดาห์ขึ้นไป (นับจากวันแรกของประจำเดือนรอบสุดท้าย หรือจากการอัลตราซาวด์) เพราะเป็นช่วงที่เริ่มมี DNA ของน้องหลุดรอดออกมาในเลือดคุณแม่มากพอที่จะตรวจจับได้ค่ะ

  • Fetal Fraction:

    คำนี้มีความสำคัญมากในกระบวนการทำงานของห้องแล็บค่ะ มันคือ “สัดส่วนปริมาณ DNA ของทารก” ที่ลอยปะปนอยู่ในกระแสเลือดของคุณแม่ หากในวันที่เจาะเลือด สัดส่วนตรงนี้มีน้อยเกินไป (Low Fetal Fraction) ห้องปฏิบัติการจะไม่ฝืนแปลผลนะคะ เพราะอาจทำให้ผลคลาดเคลื่อนได้ แต่เราจะแจ้งให้คุณแม่ทราบและอาจต้องรบกวนขอให้มา เจาะเลือดเก็บตัวอย่างซ้ำ (Re-collect) โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุดค่ะ

  • Exogenous DNA / ดีเอ็นเอจากภายนอก:

ในใบกรอกประวัติจะมีหมวดคำถามทางการแพทย์ที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาด (Important Medical Information) เพราะมันส่งผลต่อความแม่นยำโดยตรง เราจำเป็นต้องทราบว่าร่างกายของคุณแม่หรือคุณพ่อ มี “ดีเอ็นเอของคนอื่น” เข้ามาปะปนอยู่หรือไม่ ตัวอย่างคำถามเช่น:

    • ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เคย รับเลือด (Allogeneic Blood Transfusion) หรือเปล่า? เพราะในถุงเลือดที่รับมา ก็คือมีเซลล์และ DNA ของผู้บริจาคปนอยู่

    • เคย ปลูกถ่ายไขกระดูกหรืออวัยวะ (Bone Marrow or Organ Transplantation) ไหม?

    • คุณแม่ตั้งครรภ์ด้วยวิธี ทำเด็กหลอดแก้ว (IVF) หรือ อุ้มบุญ (Surrogacy) หรือเปล่า?

    • มีประวัติ แท้งบุตร (Miscarriage) ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาไหม? เพราะอาจยังมี DNA ของตัวอ่อนเดิมหลงเหลืออยู่ การตอบคำถามเหล่านี้ตามความเป็นจริง จะช่วยให้ห้องปฏิบัติการสามารถคัดกรองและปรับเทคนิคการตรวจให้เหมาะสม ไม่เกิดการรายงานผลที่ผิดพลาดนั่นเองค่ะ

หมวดที่ 5: คำศัพท์ในการรายงานผลการวิเคราะห์ (Reading the Results)

และแล้วก็มาถึงส่วนที่ทุกคนรอคอย (และอาจจะตื่นเต้นที่สุด) คือหน้าสรุปผลการวิเคราะห์ค่ะ ห้องแล็บระดับมืออาชีพจะมีการใช้คำศัพท์ที่เป็นมาตรฐานสากลในการสรุปผล ดังนี้ค่ะ

  • Combined Paternity Index (CPI) / ดัชนีความเป็นบิดารวม:

    นี่คือตัวเลขทางสถิติที่ได้จากการคำนวณความเข้ากันได้ของ DNA ในทุกตำแหน่ง (Loci) ที่เราเอามาตรวจเทียบกันค่ะ อธิบายให้เห็นภาพคือ ถ้ายีนในแต่ละตำแหน่งตรงกัน ค่า CPI ก็จะถูกคูณทบสะสมไปเรื่อยๆ ดังนั้น ยิ่งค่า CPI สูงมากเท่าใด โอกาสที่จะเป็นบิดาที่แท้จริงก็ยิ่งสูงลิ่วขึ้นเท่านั้น (บางเคสค่า CPI ทะลุไปหลักล้านหรือสิบล้านเลยก็มีค่ะ)

  • Probability of Paternity / ความน่าจะเป็นในการเป็นบิดา:

    ถ้าดูค่า CPI แล้วงงกับตัวเลขที่เยอะเกินไป ให้เลื่อนมาดูที่ค่า POP เลยค่ะ! นี่คือผลสรุปที่แปลงมาจากค่า CPI ให้ออกมาเป็น “เปอร์เซ็นต์ความน่าจะเป็น” ซึ่งเข้าใจง่ายที่สุดแล้วค่ะ

    • หากเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 99.99% หรือสูงกว่า หมายความว่า “ยืนยัน” ความเป็นบิดาอย่างเป็นทางการ (ในทางสถิติไม่สามารถเขียน 100% ได้ แต่ 99.99% ก็ถือว่าเป็นความแน่นอนสูงสุดทางวิทยาศาสตร์แล้วค่ะ)

    • หากเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ 0% หมายความว่า “ปฏิเสธ” ความเป็นบิดาอย่างสิ้นเชิงค่ะ

  • Cannot be excluded / การยืนยันความสัมพันธ์:

    เมื่อกวาดสายตาไปดูที่บรรทัดสรุปผล (Conclusion) ถ้าเจอคำว่า cannot be excluded แปลว่าชายที่เข้ารับการตรวจ “ไม่ถูกตัดออก” จากการเป็นบิดาทางสายเลือด (พูดง่ายๆ ก็คือ เป็นคุณพ่อที่แท้จริงนั่นเองค่ะ)

  • Is Excluded / การปฏิเสธความสัมพันธ์:

    ในทางตรงกันข้าม หากผลระบุว่า Is Excluded นั่นหมายความว่า ชายที่เข้ารับการตรวจ “ถูกตัดออก” จากการเป็นบิดาทางสายเลือด สาเหตุเพราะเมื่อห้องแล็บนำข้อมูลมาเทียบกันแล้ว พบว่ามีเครื่องหมายทางพันธุกรรม (Genetic Marker) ไม่ตรงกันกับเด็กในหลายๆ ตำแหน่ง จึงสรุปได้ว่าไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดในฐานะบิดาและบุตรค่ะ

อ่านเพิ่มเติม : วิธีอ่านผลตรวจ DNA ความเป็นพ่อลูกหลังคลอด 

เพราะความจริง… คือสิ่งที่สำคัญที่สุด

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คู่มือฉบับนี้จะช่วยคลายความกังวลและเปลี่ยนคำศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ที่ดูซับซ้อน ให้กลายเป็นความเข้าใจที่แจ่มแจ้งสำหรับคุณนะคะ การตัดสินใจตรวจพิสูจน์ความเป็นบิดา ไม่ใช่เพียงแค่การทำแบบทดสอบทางห้องปฏิบัติการธรรมดาๆ แต่มันคือการค้นหาความจริงที่ส่งผลต่อชีวิต ความผูกพัน และอนาคตของครอบครัว

ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย การควบคุมคุณภาพห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานสากล และ นโยบายการรักษาความลับของลูกค้าขั้นสูงสุด เรามุ่งมั่นที่จะมอบผลลัพธ์ที่ถูกต้อง แม่นยำ และชัดเจนในทุกตัวอักษร เพื่อให้คุณสามารถนำผลที่ได้ไปวางแผนชีวิตและก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจค่ะ

หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังมีข้อสงสัยในเอกสารใบไหน หรืออยากให้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราช่วยให้คำปรึกษาเพิ่มเติม คุณสามารถทักทายหรือติดต่อเข้ามาพูดคุยกับเราได้ตลอดเวลาเลยนะคะ เราพร้อมและยินดีให้บริการด้วยความใส่ใจและเป็นกันเองในทุกๆ ขั้นตอนค่ะ

ต้องการคำปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เกี่ยวกับการตรวจ DNA พิสูจน์ความเป็นพ่อลูก คลิกที่นี่

✅✅✅✅✅

เฮลท์สไมล์ บริการตรวจพิสูจน์ความเป็นบิดา และความสัมพันธ์ทางสายเลือด ทั้งในบุตรที่คลอดแล้ว และทารกในครรภ์ ความแม่นยำมากกว่า 99.99%

✔ ตรวจ DNA พิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด (พ่อลูก แม่ลูก ปู่ย่าตายาย/หลาน ลุงป้าน้าอา/หลาน ผลแม่นยำสูง 99.9%
✔ เก็บสิ่งส่งตรวจได้จากหลากหลาย เช่น กระพุ้งแก้ม เลือด เล็บ ผม แปรงสีฟัน สำลีแคะหู หลอดดูดน้ำ ฯลฯ
✔ ราคาคุ้มค่า ประหยัด ค่าบริการเริ่มต้นที่ 12,000 บาทต่อคู่ รวมค่าบริการเก็บสิ่งส่งตรวจถึงบ้าน และแพทย์อ่านผลให้ทุกเคส
✔ สะดวก สบาย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง
✔ บริการตรวจถึงบ้านทั่วประเทศ ฟรี

✅ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line ID : @Healthsmile

📞 โทร : 089 874 9565

🌐 อ่านข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมตรวจพิสูจน์ความเป็นบิดา หรือความสัมพันธ์ทางสายเลือดอื่นๆ ได้ที่นี่ https://healthsmile.co.th/dna-paternity-test/

สูตินรีแพทย์ ที่สนใจด้านโครโมโซม ยีน DNA และการตรวจสุขภาพเชิงลึก ให้การดูแลมารดาตั้งครรภ์ ตรวจความผิดปกติของทารกในครรภ์ รักษาสุขภาพทางเพศ และให้ความรู้ด้านการตรวจยีนสุขภาพ การศึกษา - สถานะความรู้ความชำนาญเฉพาะทางที่แพทยสภารับรอง : สาขา สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา ( Obstetrics and Gynaecology ) - ประกาศนียบัตรฯ ที่แพทยสภารับรอง : ด้านเวชศาสตร์จีโนมเบื้องต้นสำหรับแพทย์เฉพาะทาง