ใครบ้างที่ควรตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม NIPT 23 โครโมโซม

เนื้อหาในบทความนี้

ใครบ้างที่ควรตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม (NIPT) 23 โครโมโซม

  • คุณแม่ทุกคน ทุกช่วงอายุ ควรตรวจคัดกรอง NIPT พื้นฐาน (ดาวน์ซินโดรม คู่ที่ 18, 13 และโครโมโซมเพศ) ซึ่งคนไทยตรวจได้ฟรีตามสิทธิ
  • แบบ 23 โครโมโซม + Microdeletion/Duplication ตรวจเพิ่มทั้งโครโมโซมคู่อื่น และชิ้นส่วนโครโมโซมที่ขาดหรือเกิน ซึ่งเกิดได้กับคุณแม่ทุกช่วงอายุ เป็นทางเลือกเสริม ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนต้องตรวจ
  • อาจพิจารณาตรวจครบ 23 โครโมโซม+Microdeletion หากอยากได้ข้อมูลมากขึ้นแต่ไม่อยากเจาะน้ำคร่ำ, เคยมีลูกที่โครโมโซมผิดปกติ หรือพ่อแม่มีโครโมโซมสลับตำแหน่ง
  • NIPT เป็นการคัดกรอง ไม่ใช่การวินิจฉัย ผลเสี่ยงสูงต้องตรวจยืนยัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกแพ็กเกจ

การตรวจ NIPT 5 โครโมโซม, 23 โครโมโซม และ 23 โครโมโซม + ไมโครดีลีชั่น / ดูพลิเคชั่น

ในอดีต การตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรมมีหลายวิธี ซึ่งมีความแม่นยำแตกต่างกัน แต่ปัจจุบันการตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม (Down syndrome) ในประเทศไทย ใช้การตรวจ NIPT ซึ่งมีความแม่นยำสูง โดยในกรณีที่ตรวจโรงพยาบาลของรัฐ หากเป็นประชาชนชาวไทยที่มีเลขบัตรประชาชน 13 หลัก จะสามารถเข้ารับบริการตรวจได้ฟรี ในแพคเกจ 3 โครโมโซม หรือ 5 โครโมโซม แล้วแต่สถานพยาบาลของรัฐว่าจะตรวจเป็นรายการใดให้

แต่อย่างไรก็ดี ปัจจุบันเทคโนโลยีการตรวจในปัจจุบัน สามารถตรวจได้ถึงภาวะขาดเกินของโครโมโซมทั้ง 23 โครโมโซม รวมถึง ไมโครดีลีชั่น (Microdeletion : การขาดหายไปของโครโมโซมขนาาดเล็ก และ ดูพลิเคชั่น (Duplication : การมีส่วนของโครโมโซมซ้ำกันเกิน)

ในบทความนี้ ทางทีมงาน HealthSmile จึงจะขอแนะนำแนวทางให้กับคุณแม่และครอบครัวที่กำลังตัดสินใจว่าจะตรวจครบ 23 โครโมโซมดีไหม หรือแค่ 5 โครโมโซม (ตรวจของฟรี) ก็เพียงพอ

การตรวจ NIPT โดยทั่วไปแนะนำสำหรับกลุ่มต่อไปนี้

ตามคำแนะนำของวิทยาลัยสูตินรีแพทย์อเมริกัน (ACOG) เรื่องการตรวจ NIPT และ แนวทางเวชปฏิบัติของราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย แนะนำให้ สตรีมีครรภ์ทุกคน ควรได้รับคำปรึกษาและทางเลือกในการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารก โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อไปนี้:
  1. คุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป: ความเสี่ยงที่โครโมโซมจะแบ่งตัวผิดปกติจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดตามอายุของมารดา
  2. คุณแม่ตั้งครรภ์อายุน้อย (ต่ำกว่า 35 ปี): แม้ความเสี่ยงต่อบุคคลจะน้อยกว่า แต่จากสถิติพบว่าทารกที่เป็นดาวน์ซินโดรมกว่าครึ่ง เกิดจากคุณแม่อายุน้อย เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีอัตราการตั้งครรภ์สูงที่สุด
  3. ผู้ที่มีประวัติครอบครัว: มีญาติพี่น้อง หรือเคยตั้งครรภ์ทารกที่มีความผิดปกติของโครโมโซมมาก่อน
  4. ผู้ที่อัลตราซาวนด์พบความผิดปกติ: เช่น พบความหนาของผนังคอทารก (NT) มากกว่าปกติ หรือพบโครงสร้างร่างกายบางอย่างที่สูติแพทย์สงสัย
  5. ผู้ที่มีประวัติแท้งบุตรบ่อยครั้ง โดยไม่ทราบสาเหตุ

ทำไมการตรวจแค่ “ดาวน์ซินโดรม” เพียงอย่างเดียวถึงอาจไม่พอในปัจจุบัน?

ในอดีต การตรวจคัดกรองมักมุ่งเป้าไปที่โครโมโซมหลัก 3 คู่ ได้แก่ คู่ที่ 21 (ดาวน์ซินโดรม), คู่ที่ 18 (เอ็ดเวิร์ดซินโดรม) และคู่ที่ 13 (พาทัวซินโดรม) รวมถึงโครโมโซมเพศ (X และ Y) รวมเป็น 5 โครโมโซม
แต่ด้วยเทคโนโลยีการตรวจคัดกรองจากเลือดมารดา (NIPT – Non-Invasive Prenatal Testing) ในปัจจุบัน สามารถทำการตรวจที่ลึกครอบคลุมไปถึง การตรวจโครโมโซมทั้ง 23 คู่ และกลุ่มอาการที่มีการขายหาย หรือเพิ่มซ้ำของโครโมโซมขนาดเล็กๆ (Microdeletion / Microduplication) ได้ และการตรวจนี้ก็มีประโยชน์ด้วยเหตุผลสำคัญ 3 ประการ ดังนี้

1. ความผิดปกติสามารถเกิดขึ้นได้กับโครโมโซม “ทุกคู่”

ร่างกายมนุษย์มีโครโมโซม 23 คู่ การมุ่งตรวจแค่คู่หลักอาจทำให้พลาดความผิดปกติที่แฝงอยู่ในโครโมโซมคู่อื่นๆ (Rare Autosomal Aneuploidies) ซึ่งโครโมโซมคู่อื่นที่ผิดปกติอาจส่งผลให้เกิดภาวะแท้งบุตร ทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์ หรือมีความพิการแต่กำเนิดรุนแรง การตรวจครบทั้ง 23 คู่จึงเปรียบเสมือนการสแกนสุขภาพระดับ DNA แบบปูพรม

2. รอยแหว่งขนาดเล็ก (Microdeletion) หรือ ส่วนเกินของโครโมโซม (Duplication) ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุของแม่

Microdeletion หรือ Microduplication คือภาวะที่ชิ้นส่วนเล็กๆ ของโครโมโซมขาดหายไปหรือเกินมา ซึ่งการตรวจ NIPT แบบพื้นฐาน 5 โครโมโซมจะไม่ได้ตรวจ
  • ความเสี่ยงเท่ากันทุกคน: ภาวะนี้ ไม่ได้ สัมพันธ์กับอายุของคุณแม่เหมือนดาวน์ซินโดรม หมายความว่าคุณแม่อายุ 20 ปี และคุณแม่อายุ 40 ปี มีความเสี่ยงที่จะพบความผิดปกตินี้เท่าๆ กัน
  • ผลกระทบรุนแรง: กลุ่มอาการที่พบบ่อย เช่น DiGeorge syndrome (พัฒนาการช้า มีปัญหาเรื่องหัวใจแต่กำเนิด), Cri-du-chat syndrome หรือ Prader-Willi syndrome ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและคุณภาพชีวิตของทารกอย่างมาก

3. การเตรียมพร้อมครอบครัวและวางแผนการดูแลรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ

การรู้ล่วงหน้าว่าทารกมีความเสี่ยงในกลุ่มความผิดปกตินี้ จะช่วยให้สูติแพทย์สามารถวางแผนการตรวจอัลตราซาวนด์แบบเจาะจง (Targeted Ultrasound) เพื่อช่วยประเมินความรุนแรง และพิจารณาเรื่องการยุติการตั้งครรภ์หากมีความรุนแรงของโรคมาก หรือหากต้องการตั้งครรภ์ต่อก็จะได้เตรียมทีมกุมารแพทย์เฉพาะทาง (เช่น กุมารแพทย์โรคหัวใจ) ไว้รับมือทันทีที่ทารกคลอดออกมา

องค์กรทางการของสากล แนะนำการตรวจ NIPT อย่างไรบ้าง? ควรตรวจ Microdeletion / Duplication หรือไม่?

จากการรวบรวมข้อมูลของทีมงาน เกี่ยวกับเรื่องการตรวจ NIPT เพื่อหาความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์ เราพบแนวทางการให้บริการ NIPT และบทความที่เกี่ยวข้องกับการตรวจความผิดปกติเกี่ยวกับการตรวจ NIPT ให้ครบ 23 โครโมโซม อยู่ 3 องค์กรใหญ่ ได้แก่

  1. International Society for Prenatal Diagnosis (ISPD) ปี 2023
  2. American College of Medical Genetics and Genomics (ACMG) ปี 2023
  3. ACOG Practice. Bulletin No. 226. ACOG and SMFM, 2020

สิ่งที่ “แนะนำ” ให้ตรวจเป็นมาตรฐานสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคน

  • 3 โครโมโซมหลัก (คู่ที่ 21, 18, 13): ทั้ง 3 องค์กรแนะนำตรงกันอย่างยิ่งให้ตรวจใน “คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคน” (ไม่จำกัดอายุ) เพราะ NIPT เป็นวิธีที่แม่นยำที่สุดในการคัดกรองดาวน์ เอ็ดเวิร์ด และพาทัวซินโดรม

  • ความผิดปกติของโครโมโซมเพศ (SCAs): แนะนำให้ตรวจควบคู่ไปกับ 3 คู่หลัก

  • Microdeletion ที่แนะนำให้ตรวจได้แก่ 22q11.2 (DiGeorge Syndrome): เฉพาะองค์กร ACMG ที่แนะนำเพิ่มเติมให้ตรวจคัดกรองโรคนี้ในทุกการตั้งครรภ์ เนื่องจากเป็นความผิดปกติระดับ Microdeletion ที่พบได้บ่อยที่สุด

สิ่งที่ “ยังไม่แนะนำ” ให้ตรวจคัดกรองเป็นการทั่วไป

  • โครโมโซมร่างกายคู่อื่นๆ (Rare autosomal trisomies : RATs): นอกเหนือจากคู่ที่ 21, 18, 13 ยังไม่แนะนำให้ตรวจคัดกรองทั่วไป เนื่องจากหลักฐานทางคลินิกยังไม่ชัดเจน และหากต้องการตรวจยืนยันคู่อื่นๆ การเจาะน้ำคร่ำยังคงเป็นมาตรฐานที่ดีที่สุด นอกจากนี้ โดยส่วนใหญ่หากมีความผิดปกติของโครโมโซมคู่อื่นๆ ทารกในครรภ์มักจะเสียชีวิตก่อนที่จะคลอด ดังนั้น จึงอาจไม่คุ้มค่าที่จะเจาะตรวจ

  • Microdeletions/Duplication หรือ CNVs อื่นๆ (รอยแหว่งจิ๋วอื่นๆ): ISPD และ ACMG ยังไม่แนะนำให้ตรวจแบบครอบคลุมทั้งจีโนม เนื่องจากการตรวจที่ละเอียดมากเกินไป (เล็กกว่า 5-7Mb) ยังมีข้อจำกัดด้านความแม่นยำและอาจเพิ่มอัตราผลบวกลวง ทำให้เพิ่มความวิตกกังวลให้กับคุณแม่ และอาจต้องเจาะน้ำคร่ำเพิ่มโดยไม่จำเป็น

ข้อมูลสำคัญเรื่อง “อายุ” และ “ความเสี่ยงที่จะเป็นโรค” (จากข้อมูลของ ACOG)

แม้ว่าความเสี่ยงของดาวน์ซินโดรม จะเพิ่มขึ้นตามอายุ แต่ความเสี่ยงของกลุ่มอาการที่เกิดจาก Microdeletion/CNV ไม่ขึ้นอยู่กับอายุ (พบที่สัดส่วน 1:270 ในทุกช่วงวัย) ซึ่งหมายความว่า ในคุณแม่ที่อายุต่ำกว่า 36 ปี โอกาสพบทารกมีรอยแหว่งจิ๋ว สูงกว่า โอกาสพบทารกเป็นดาวน์ซินโดรมเสียอีก

กลุ่มที่อาจพิจารณาตรวจ NIPT 23 โครโมโซม + Microdeletion / Duplication

  1. คุณแม่ที่อยากได้ข้อมูลมากขึ้น แต่ไม่อยากเจาะน้ำคร่ำ เช่น ตั้งครรภ์จากการทำ IVF หรือมีบุตรยาก
  2. คุณแม่อายุน้อย หลายคนเข้าใจว่าอายุน้อยไม่จำเป็นต้องตรวจ แต่ความผิดปกติแบบชิ้นส่วนโครโมโซมขาดหรือเกิน ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามอายุแม่ จึงเกิดได้ในทุกช่วงอายุ
  3. เคยมีลูกหรือเคยตั้งครรภ์ที่มีความผิดปกติของโครโมโซม
  4. คุณพ่อหรือคุณแม่เคยตรวจพบว่ามีโครโมโซมสลับตำแหน่ง แม้ตัวเองจะสุขภาพปกติ แต่อาจส่งต่อโครโมโซมที่ไม่สมดุลให้ลูกได้
  5. ผลคัดกรองก่อนหน้านี้พบความเสี่ยงสูง แต่ยังไม่พร้อมเจาะน้ำคร่ำ
  6. อัลตราซาวด์พบสิ่งที่แพทย์ต้องการติดตาม เช่น ต้นคอลูกหนากว่าปกติ และได้คุยกับแพทย์แล้วว่าจะยังไม่เจาะน้ำคร่ำ

กรณีที่ควรเจาะน้ำคร่ำแทน

  • อัลตราซาวด์พบความผิดปกติของอวัยวะลูกอย่างรุนแรง เช่น ผนังกั้นหัวใจรั่ว โครงสร้างหัวใจผิดปกติ เป็นต้น
  • คุณพ่อหรือคุณแม่ทราบอยู่แล้วว่ามีชิ้นส่วนโครโมโซมขาดหรือเกิน

ทั้งสองกรณีนี้ การเจาะน้ำคร่ำให้คำตอบที่ชัดเจนและละเอียดกว่า

นอกจากนี้ ควรแจ้งแพทย์ก่อนตรวจ NIPT หากตั้งครรภ์แฝดแล้วมีแฝดคนหนึ่งหยุดเจริญเติบโต เคยปลูกถ่ายอวัยวะ หรือเพิ่งได้รับเลือด เพราะอาจทำให้ผลคลาดเคลื่อน

กลุ่มที่อาจพิจารณาตรวจ NIPT 23 โครโมโซม + Microdeletion / Duplication (ส่วนนี้สำหรับบุคลากรทางการแพทย์)

  1. ผู้ที่อยากได้ข้อมูลมากที่สุดแต่ไม่ต้องการเจาะน้ำคร่ำ เช่น ครรภ์ IVF ครรภ์ที่มีบุตรยาก หรือครรภ์ที่ได้มายาก เป็นกลุ่มที่เจอบ่อยที่สุดในทางเวชปฏิบัติ
  2. แม่อายุน้อย CNV พบในราว 0.4% ของการตั้งครรภ์และไม่สัมพันธ์กับอายุมารดา ขณะที่ความเสี่ยงดาวน์ในแม่อายุน้อยต่ำ สัดส่วนความเสี่ยงจาก CNV จึงมีนัยสำคัญกว่าในกลุ่มนี้
  3. มีประวัติบุตรหรือครรภ์ก่อนผิดปกติทางโครโมโซม รวมถึงกลุ่มอาการ microdeletion
  4. พ่อหรือแม่เป็นพาหะ balanced translocation หรือ inversion ซึ่ง genome-wide CNV อาจจับ unbalanced segment ที่มีขนาดใหญ่ได้ แต่การตรวจวินิจฉัยด้วยการเจาะน้ำคร่ำก็ยังเป็นทางเลือกหลัก
  5. ผลคัดกรองเดิม (ด้วยวิธีที่ความแม่นยำต่ำกว่า เช่น quad test) มีความเสี่ยงสูงหรือก้ำกึ่ง แต่ผู้ป่วยยังไม่พร้อมเจาะน้ำคร่ำ อาจพิจารณาเลือกตรวจ NIPT เพิ่มเติมได้ (แต่การตรวจมาตรฐานยังคงเป็นการเจาะน้ำคร่ำอยู่)
  6. อัลตราซาวด์พบ soft marker หรือ NT หนา เช่น ≥3.5 mm ในกรณีที่ผู้ป่วยปฏิเสธการเจาะน้ำคร่ำ (แต่การตรวจมาตรฐานยังคงเป็นการเจาะน้ำคร่ำอยู่)
  7. ประโยชน์รองของการตรวจพบโครโมโซมคู่อื่นๆนอกจากคู่หลักที่ผิดปกติ การพบ trisomy อย่าง 16 หรือ 22 อาจบ่งชี้ว่ามีโครโมโซมของรกผิดปกติบางส่วน (confined placental mosaicism) ซึ่งสัมพันธ์กับภาวะทารกโตช้าในครรภ์ (IUGR) และภาวะรกผิดปกติ รวมถึงความเสี่ยง UPD (เช่น trisomy 15 กับ Prader-Willi) จึงช่วยให้ติดตามครรภ์ใกล้ชิดขึ้น

สรุป

การตรวจ NIPT ในปัจจุบันสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยประเทศไทยสามารถตรวจให้ได้ฟรี 5 โครโมโซม แต่อย่างไรก็ดีเทคโนโลยี ณ ปัจจุบันก็มีความก้าวหน้าจนสามารถตรวจภาวะขาด/เกินของโครโมโซมขนาดเล็กๆได้มากกว่าแค่ 5 โครโมโซมหลัก นอกจากนี้การตรวจ NIPT ไม่ใช่เรื่องของ “คนอายุมาก” อีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของการวางแผนครอบครัวอย่างรัดกุม เพราะคงไม่มีใครอยากได้ลูกที่มีความผิดปกติ
หากคุณแม่กำลังพิจารณาเลือกว่าจะตรวจ NIPT ครบ 23 คู่หรือไม่ ณ ปัจจุบัน ก็มีข้อสนับสนุนจากองค์กรทางการแพทย์ ACMG แนะนำให้มีการตรวจ microdeletion ชนิด 22q11.2 (DiGeorge Syndrome) ด้วย ดังนั้น ถ้าการลงทุนเลือกแพ็กเกจที่ครอบคลุม 23 โครโมโซม พร้อมตรวจภาวะ Microdeletion / Microduplication จะช่วยปิดช่องโหว่ความเสี่ยง คลายความกังวลตลอด 9 เดือน และมอบความมั่นใจสูงสุดให้กับครอบครัว
ข้อควรรู้: การตรวจ NIPT เป็นเพียง “การตรวจคัดกรอง” (Screening Test) ที่มีความแม่นยำสูง (มากกว่า 99%) แต่หากผลออกมาเป็นความเสี่ยงสูง (High Risk) แพทย์จะแนะนำให้ทำการเจาะน้ำคร่ำเพื่อ “ตรวจวินิจฉัยยืนยัน” (Diagnostic Test) อีกครั้งเสมอ

ต้องการคำปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม หรือนัดหมายตรวจ NIPT คลิกที่นี่

✅✅✅✅✅

เฮลท์สไมล์ บริการตรวจ NIPT คัดกรองดาวน์ซินโดรม และความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์ ความแม่นยำมากกว่า 99.99%

✔ ความแม่นยำสูงระดับสากล

  • ใช้เทคโนโลยีการตรวจที่ทันสมัย ให้ความแม่นยำในการคัดกรองกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรมและโครโมโซมผิดปกติสูงถึง 99% มั่นใจได้ในทุกผลตรวจ
  • ปลอดภัยต่อลูกน้อย 100%

✔ ตรวจได้ครอบคลุมและรู้ผลไว

  • สามารถตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมได้ครบทุกคู่ 23 โครโมโซม รวมถึงระบุเพศลูกได้ชัดเจน พร้อมรับรายงานผลที่รวดเร็วภายใน 5-10 วันทำการ

✔ ราคาโปร่งใส คุ้มค่าที่สุด

  • ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง มาพร้อมแพ็กเกจที่หลากหลายให้เลือกตามความเหมาะสมของงบประมาณและเข้าง่ายกับทุกครอบครัว

✔ ปรึกษาฟรีโดยผู้เชี่ยวชาญ

  • เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาทั้งก่อนและหลังตรวจ เพื่อให้คุณแม่เข้าใจผลตรวจอย่างถูกต้องและคลายทุกความกังวล

✔ บริการเจาะเลือดถึงบ้าน (Home Service)

  • อำนวยความสะดวกขั้นสุดด้วยบริการส่งเจ้าหน้าที่ไปเก็บตัวอย่างเลือดถึงที่บ้านทั่วประเทศ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง

"เพราะความสบายใจของคุณแม่ คือความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุด... ทักแชทเพื่อปรึกษาโปรแกรมที่เหมาะกับคุณแม่วันนี้!"

✅ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line ID : @Healthsmile

📞 โทร : 089 874 9565

🌐 อ่านข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมตรวจ ได้ที่นี่ https://healthsmile.co.th/prenatal-screening/

สูตินรีแพทย์ ที่สนใจด้านโครโมโซม ยีน DNA และการตรวจสุขภาพเชิงลึก ให้การดูแลมารดาตั้งครรภ์ ตรวจความผิดปกติของทารกในครรภ์ รักษาสุขภาพทางเพศ และให้ความรู้ด้านการตรวจยีนสุขภาพ การศึกษา - สถานะความรู้ความชำนาญเฉพาะทางที่แพทยสภารับรอง : สาขา สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา ( Obstetrics and Gynaecology ) - ประกาศนียบัตรฯ ที่แพทยสภารับรอง : ด้านเวชศาสตร์จีโนมเบื้องต้นสำหรับแพทย์เฉพาะทาง