การเลือกบริษัทตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด (Paternity or Relationship Testing) ไม่ว่าจะเป็น พ่อลูก, แม่ลูก, พ่อแม่ลูก, พี่น้อง, ลุงป้าน้าอา, ปู่ย่าตายาย มีข้อที่จะต้องพิจารณาหลายๆอย่าง เพื่อให้ได้ผลตรวจที่ถูกต้อง คุ้มค่าคุ้มราคาที่จ่าย และแม่นยำที่สุด นี่คือ เช็คลิสต์สิ่งสำคัญที่ควรพิจารณา ก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด

ข้อมูลที่ควรพิจารณา ก่อนเลือกบริการตรวจ DNA พิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด

1. มาตรฐานและการรับรองห้องปฏิบัติการ (Accreditation)

นี่คือปัจจัยที่สำคัญที่สุด ผลตรวจจะเชื่อถือได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับมาตรฐานของแล็บ

  • ISO 17025: เป็นมาตรฐานสากลสำหรับห้องปฏิบัติการสอบเทียบและทดสอบ ต้องตรวจสอบว่าแล็บได้รับรองมาตรฐานนี้หรือไม่

  • AABB (Association for the Advancement of Blood & Biotherapies): หากคุณต้องการนำผลไปใช้ในการย้ายถิ่นฐาน (เช่น ไปอเมริกา) แล็บนั้นต้องได้รับการรับรองจาก AABB

  • ใบอนุญาตสถานพยาบาล: หากเป็นบริษัทในไทย ควรมีการจดทะเบียนสถานพยาบาลหรือคลินิกเทคนิคการแพทย์อย่างถูกต้อง ไม่ใช่เพียงแค่บริษัทนายหน้า (Agent) ซื้อมาขายไป

2. วัตถุประสงค์ของการตรวจ (Legal vs. Personal)

คุณต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า “ตรวจไปเพื่ออะไร?”

  • ตรวจเพื่อความสบายใจ (Peace of Mind): สามารถสั่งชุดเก็บตัวอย่างไปทำเองที่บ้านได้ (Home Kit) สะดวกและเป็นส่วนตัว แต่ ไม่สามารถใช้อ้างอิงในศาลได้ เพราะไม่มีคนกลางยืนยันตัวตนผู้ถูกตรวจ

  • ตรวจเพื่อใช้ทางกฎหมาย (Legal Purpose): เช่น ใช้ฟ้องร้อง, รับรองบุตร, หรือย้ายถิ่นฐาน กรณีนี้ ต้องมีกระบวนการ “Chain of Custody” (ห่วงโซ่การคุ้มครองพยานหลักฐาน) คือต้องไปเก็บตัวอย่างต่อหน้าเจ้าหน้าที่ มีการถ่ายรูป ถ่ายบัตรประชาชน และเจ้าหน้าที่ต้องเป็นคนส่งตัวอย่างเข้าแล็บเอง เพื่อยืนยันว่าไม่มีการสลับตัว

3. เทคโนโลยีและความแม่นยำ (Technology & Accuracy)

  • จำนวนตำแหน่งพันธุกรรม (Genetic Markers/Loci): มาตรฐานสากลในปัจจุบันควรตรวจอย่างน้อย 16-24 Markers ยิ่งตรวจจำนวนตำแหน่งมาก ความแม่นยำยิ่งสูง

  • การยืนยันผล (Double Check): ห้องแล็บที่ดีควรมีการตรวจซ้ำ (Dual Process) โดยเจ้าหน้าที่สองชุดแยกกันทำงาน เพื่อยืนยันว่าผลตรงกัน 100%

  • เปอร์เซ็นต์ความเชื่อมั่น: ผลลัพธ์ต้องระบุค่าความน่าจะเป็น (Probability of Paternity) หากผลตรงกันควรอยู่ที่ 99.99% ขึ้นไป และหากไม่ตรงกันต้องเป็น 0% (100% Exclusion)

4. วิธีการเก็บตัวอย่าง (Sample Collection)

  • ชนิดของตัวอย่าง: ปัจจุบันมาตรฐานคือการใช้ Buccal Swab (ป้ายเก็บ DNA จากกระพุ้งแก้ม) ซึ่งให้ผลแม่นยำเท่ากับการเจาะเลือด แต่ไม่เจ็บตัวและเก็บง่ายกว่ามาก

  • ความยืดหยุ่น: บริษัทรับตรวจตัวอย่างพิเศษหรือไม่? (เช่น เส้นผม, เล็บ, ไหมขัดฟัน, แปรงสีฟัน) ในกรณีที่ไม่สามารถพาตัวผู้ถูกตรวจมาได้ แต่ต้องระลึกว่าตัวอย่างเหล่านี้อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มและความเสี่ยงที่จะไม่สามารถสกัด DNA จากสิ่งส่งตรวจเหล่านั้นได้

  • การเก็บสิ่งส่งตรวจซ้ำ กรณีออกผลไม่ได้: หากสกัด DNA จากสิ่งส่งตรวจไม่ได้และต้องเก็บสิ่งส่งตรวจเพิ่ม มีค่าสกัด DNA ซ้ำหรือไม่ ราคาเท่าไร

5. ความเป็นส่วนตัวและการเก็บรักษาข้อมูล (Privacy & Data Security)

  • นโยบายความเป็นส่วนตัว: บริษัทมีนโยบาย PDPA อย่างไร? ข้อมูลพันธุกรรมถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนมาก ฉะนั้น นโยบายนี้ควรละเอียดและป้องกันข้อมูลรั่วไหล

  • การทำลายตัวอย่าง: หลังจากได้ผลตรวจแล้ว บริษัทจะทำลายตัวอย่างทิ้งภายในกี่วัน? และจะเก็บผลตรวจไว้ให้ตรวจสอบย้อนหลังนานกี่ปี?

  • ความลับ: การจัดส่งผลตรวจมีการปิดผนึกมิดชิดหรือไม่? หรือการจัดส่งไฟล์ทางอีเมล หรือทาง Electronics หรือไม่? มีระบบตรวจสอบกรณีสงสัยผลตรวจมีการปลอมแปลงหรือไม่?

6. ราคาและความโปร่งใส (Cost & Transparency)

  • ราคาที่แสดงคือราคาสุทธิหรือไม่: บางที่โฆษณาราคาถูกมาก แต่ยังไม่รวมค่าเก็บตัวอย่าง ค่าออกใบรับรอง หรือค่าแปลเอกสาร

  • ระวังของถูกเกินจริง: การตรวจ DNA มีต้นทุนน้ำยาเคมีที่สูง หากราคาถูกจนผิดปกติ อาจต้องสงสัยเรื่องคุณภาพของแล็บ หรือจำนวน Markers ที่ตรวจอาจจะน้อยเกินไปจนผลไม่มีน้ำหนัก

7. การบริการหลังการขายและการให้คำปรึกษา

  • ผู้เชี่ยวชาญ: มีนักเทคนิคการแพทย์ หรือแพทย์ ให้คำปรึกษาเพื่อแปลผลหรือไม่? เพราะผลตรวจ DNA เป็นเอกสารทางวิทยาศาสตร์ที่คนทั่วไปอาจเข้าใจยาก

  • ความรวดเร็ว: ใช้เวลากี่วัน?

ตารางสรุปข้อมูลที่ควรพิจารณา ก่อนเลือกบริการตรวจ DNA พิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด

หัวข้อพิจารณา

สิ่งที่ต้องตรวจสอบ (Checklist)

รายละเอียด / ความสำคัญ

1. มาตรฐานและการรับรอง

ISO

AABB และ/หรือ มาตรฐานสากลอื่นๆ

☑ ใบอนุญาตสถานพยาบาล

เป็นเครื่องยืนยันว่าห้องแล็บมีคุณภาพ ผลตรวจมีความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์
2. วัตถุประสงค์การตรวจ

เพื่อความสบายใจ: เก็บตัวอย่าง DNA ด้วยตนเองได้

เพื่อกฎหมาย: ต้องมีกระบวนการ Chain of Custody ต้องมีเจ้าหน้าที่ให้บริการ

หากจะใช้ฟ้องร้องหรือรับรองบุตร ห้าม ซื้อชุดตรวจมาทำเองเด็ดขาด ต้องไปเก็บตัวอย่างต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น
3. ความแม่นยำ

☑ ตรวจสอบจำนวน Markers (ควร 16-24 จุดขึ้นไป)

☑ มีกระบวนการ Double Check (ตรวจซ้ำ)

☑ ผลยืนยันต้อง >99.99%

ยิ่งตรวจจำนวนจุด (Markers) มาก ยิ่งแม่นยำ หากตรวจน้อยเกินไป ผลอาจคลาดเคลื่อนได้
4. การเก็บตัวอย่าง

☑ ใช้วิธี Buccal Swab (ป้ายกระพุ้งแก้ม)

☑ รับตัวอย่างพิเศษหรือไม่? (เส้นผม, เล็บ)

การเก็บ DNA จากเยื่อบุกระพุ้งแก้ม ไม่เจ็บและมีความแม่นยำสูงเท่าการตรวจเลือด (ตัวอย่างพิเศษอื่นๆ เช่น เล็บ ผม แปรงสีฟัน ฯลฯ มักมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม)
5. ความเป็นส่วนตัว

☑ นโยบายการเก็บรักษาข้อมูล (PDPA)

☑ ระยะเวลาการทำลายตัวอย่าง / ผลตรวจ

☑ วิธีการส่งผล (ปิดผนึก/ไม่แจ้งบุคคลอื่น)

DNA เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน ต้องมั่นใจว่าจะไม่ถูกนำไปขายหรือใช้ประโยชน์อื่น พร้อมทั้งมีนโยบายในการป้องกันข้อมูลรั่วไหล และนโยบายการจัดเก็บข้อมูล
6. ราคาและความโปร่งใส

☑ ราคารวมทุกอย่างแล้วหรือยัง?

☑ มีค่าใบรับรองแพทย์/ค่าแปลเพิ่มไหม?

ระวังราคาที่ “ถูกผิดปกติ” อาจตรวจไม่แม่นยำ หรือยังไม่รวมค่าธรรมเนียมแฝงอื่นๆ
7. การบริการ

☑ มีผู้เชี่ยวชาญ/แพทย์ อ่านผลให้ฟัง

☑ ระยะเวลารอผล

ผลตรวจเป็นศัพท์เทคนิค ควรมีคนอธิบายให้เข้าใจ

ข้อมูลที่ควรทราบ ก่อนเลือกบริการตรวจ DNA พิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด

ข้อมูลที่ควรทราบ ก่อนเลือกบริการตรวจ DNA พิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด

ตารางเปรียบเทียบบริษัท / สถานพยาบาล ที่ให้บริการตรวจ DNA พิสูจน์ความเป็นบิดา ในประเทศไทย

หัวข้อเปรียบเทียบ

HealthSmile

DNA Consult Thailand

Whiteroom Med

ATGenes

MedEx

รพ.รัฐ (รามา, จุฬา, ตำรวจ)

ประเภทองค์กร บริษัทเอกชน บริษัทเอกชน บริษัทเอกชน บริษัทเอกชน คลินิก หน่วยงานรัฐ / มหาวิทยาลัยแพทย์
สถานที่ส่งตรวจ สหรัฐอเมริกา (หลังคลอด) และ ฮ่องกง (ก่อนคลอด) ไทย เกาหลี ไทย ไม่ทราบ ไทย
ราคาค่าตรวจ DNA พิสูจน์ความเป็นบิดา หลังคลอด 12,000 บาท (ใช้ส่วนตัว)
15,900+ บาท (กฎหมาย)หากต้องการตรวจเพิ่มท่านที่ 3 ขึ้นไป เพิ่มท่านละ 3,900 บาท
~19,800 บาท (ใช้ส่วนตัว, กฎหมาย)

หากต้องการตรวจเพิ่มท่านที่ 3 ขึ้นไป เพิ่มท่านละ 9,800 บาท

พ่อ/ลูก 11,900 (ใช้ส่วนตัว)
พ่อ/แม่/ลูก 14,900 บาท (ใช้ส่วนตัว)ไม่สามารถออกผลทางกฎหมายได้
~14,000 บาท (ใช้ส่วนตัว)
– 33,000 บาท (กฎหมาย)
29,999+ บาท (ใช้ส่วนตัว,กฎหมาย)
~8,000 – 24,000 บาท (ขึ้นอยู่กับสถานที่)*
ราคาค่าตรวจ DNA พิสูจน์ความเป็นบิดา ขณะตั้งครรภ์ (NIPPT) 34,800 บาท ไม่มีข้อมูลในเว็บไซต์ 39,000 บาท ไม่มีข้อมูลในเว็บไซต์ 39,000 บาท ไม่มีข้อมูลในเว็บไซต์
ใช้ทางกฎหมาย/ศาล ได้ (มีบริการ Chain of Custody) ได้ (มีบริการ Chain of Custody) ไม่ได้ ได้ ได้ ได้ (ความน่าเชื่อถือสูงสุดในศาลไทย)
วิธีเก็บตัวอย่าง เก็บได้หลากหลาย ป้ายกระพุ้งแก้ม เลือด เล็บ ผม แปรงสีฟัน ฯลฯ เก็บได้หลากหลาย ป้ายกระพุ้งแก้ม เลือด เล็บ ผม แปรงสีฟัน ฯลฯ เก็บได้หลากหลาย ป้ายกระพุ้งแก้ม เลือด เล็บ ผม แปรงสีฟัน ฯลฯ ป้ายกระพุ้งแก้ม / เลือด ไม่มีข้อมูลในเว็บไซต์ ไม่มีข้อมูลในเว็บไซต์
ความเร็วในการออกผลตรวจ (วัน) 7-14 วัน (รวมเสาร์อาทิตย์) 1-3 วันทำการ (เร็วที่สุด) 10 วันทำการ ไม่มีข้อมูลในเว็บไซต์ 2-3 วันทำการ (ตรวจหลังคลอด)
7-10 วันทำการ (ตรวจขณะตั้งครรภ์)
30-60 วัน (นานกว่าเอกชน)
มาตรฐานที่ได้รับ Endeavor DNA (AABB, ANAB, A2LA, CAP accredited, ISO9001, และอื่นๆ) ใบประกอบวิชาชีพวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีควบคุม CAP accreditted, KFDA, ISO13485 ISO 15189 : 2022, ISO 15190 : 2020 ไม่มีข้อมูลในเว็บไซต์ ไม่มีข้อมูลในเว็บไซต์
บริการถึงบ้าน มี มี มี ไม่มี ไม่มี ไม่มี
เว็บไซต์อ้างอิง https://healthsmile.co.th/dna-paternity-test/ https://www.dnaconsult.co.th/ https://whiteroom.ai/blog-2/paternity-test https://www.atgenes.com/paternity-01/ https://medex.co.th/th/บริการ/การตรวจพิสูจน์ความเป็นพ่อ-กรุงเทพฯ-ประเทศไทย/


ตรวจ DNA พิสูจน์ความเป็นบิดากับ HealthSmile ศูนย์แลปมีมาตรฐาน

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ LINE ID : @HealthSmile

ดูรายละเอียดแพคเกจตรวจได้ที่นี่ https://healthsmile.co.th/dna-paternity-test/