รู้ทั้งรู้ ว่าทารกในครรภ์ไม่ใช่ลูกของสามีคนปัจจุบัน มีทางออกอย่างไรบ้าง

เนื้อหาในบทความนี้

ทารกในครรภ์ไม่ใช่ลูกของสามีคนปัจจุบัน มีทางออกอย่างไรบ้าง

จากที่ทีมงานของเฮลท์สไมล์ ได้ให้บริการตรวจพิสูจน์ความเป็นบิดาระหว่างการตั้งครรภ์ให้กับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์อยู่หลายๆท่าน เราจะพบกับความกังวลใจสำคัญๆอย่างหนึ่งในคุณแม่ตั้งครรภ์ ที่ก่อนหน้านี้ได้มีความสัมพันธ์กับผู้ชายหลายคน ก็คือ

เด็กที่อยู่ในครรภ์ ไม่ใช่เด็กของสามีคนปัจจุบัน แต่ว่าสามีคนปัจจุบันเชื่อว่าเด็กในครรภ์ เป็นบุตรของเขา

ในกรณีนี้ มีความซับซ้อนเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ และเรื่องของอายุครรภ์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยทั่วไปคุณแม่มีทางเลือกได้ดังนี้ค่ะ

หากยังไม่แน่ใจ ว่าใครเป็นบิดาของทารกในครรภ์

บริการตรวจ DNA พ่อลูกระหว่างตั้งครรภ์จาก HealthSmile เลือกให้พยาบาลวิชาชีพไปเจาะเลือดที่บ้าน หรือเข้ารับบริการที่ศูนย์ของ HealthSmile ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ ตรวจได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 7 สัปดาห์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ ตรวจ DNA พิสูจน์ความเป็นพ่อ-ลูก (paternity test)

โทร : 0898749565

LINE ID : @HealthSmile

การรู้ผลชัดเจนตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้ตัดสินใจบนข้อเท็จจริง ไม่ใช่การคาดเดา และยังมีเวลาพอสำหรับทุกๆทางเลือกในหัวข้อถัดไป

ตารางสรุปทางเลือกที่ต้องตัดสินใจ

 

ทางเลือก ข้อดี ข้อเสีย
ยุติการตั้งครรภ์ · ปลอดภัยสูงเมื่อทำเร็วในสถานพยาบาล
· ไม่กระทบการมีบุตรในอนาคต
· จบปัญหาสถานะบุตรและคดีในอนาคต
· ได้กำหนดชีวิตตัวเอง
· เลือดออก ปวดท้อง อาจต้องทำหัตถการเพิ่ม (แต่โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนหากทำอย่างถูกกฎหมายมีน้อย)
· บางคนเศร้าหรือรู้สึกผิดภายหลัง
· มีกรอบเวลา 12 และ 20 สัปดาห์ที่ต้องรีบยุติการตั้งครรภ์
ตั้งครรภ์ต่อ · ไม่มีเวลาบีบ วางแผนได้รอบคอบ
· สอดคล้องกับความเชื่อหรือความต้องการมีลูก
· ยังเลือกเลี้ยงเองหรือยกให้เป็นบุตรบุญธรรมได้
· เด็กได้สิทธิจากพ่อทางสายเลือดหากสถานะชัด
· ความจริงอาจถูกเปิดเผยภายหลัง
· อาจเกิดคดีฟ้องไม่รับเด็กเป็นบุตร
· ความสัมพันธ์อาจจบ ทำให้เกิดภาระการเงินของมารดาในระยะยาว
· เสี่ยงภาวะซึมเศร้าก่อนและหลังคลอด
บอกสามีคนปัจจุบัน · ได้ตัดสินใจร่วมกันบนข้อเท็จจริง
· สถานะบุตรชัดก่อนแจ้งเกิด
· ไม่ต้องแบกความลับ
· ความสัมพันธ์อาจจบทันที
· อาจขาดการสนับสนุนทางการเงิน
· อาจถูกกดดันให้ยุติการตั้งครรภ์
· เสี่ยงความรุนแรงในบางกรณี
ไม่บอกสามีคนปัจจุบัน · เลี่ยงความขัดแย้งหรือความรุนแรงในตอนนี้
· รักษาความมั่นคงระยะสั้น
· มีเวลาตั้งหลักในการคิดและตัดสินใจ
· ความจริงมีโอกาสถูกเปิดเผยสูง
· ผลทางกฎหมายเรื่องมรดก ค่าเลี้ยงดู อำนาจปกครอง
· เด็กอาจเจ็บปวดเมื่อรู้ภายหลัง
· แม่ต้องแบกความรู้สึกผิด
บอกพ่อที่แท้จริง · มีคนร่วมรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
· เด็กได้สิทธิค่าเลี้ยงดูและมรดก
· ตรวจ DNA ยืนยันได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์
· ประวัติสุขภาพเด็กครบ
· อาจถูกปฏิเสธความสัมพันธ์อย่างไม่ไยดี
· ความลับอาจรั่วไหลถึงสามีคนปัจจุบัน
· อาจถูกกดดันให้ยุติการตั้งครรภ์
· เขาอาจได้สิทธิในอำนาจปกครอง
ไม่บอกพ่อที่แท้จริง · ควบคุมได้ว่าใครรู้ความลับ
· ตัดขาดได้ชัดเจนหากเขาไม่ปลอดภัย
· ตัดสินใจเรื่องการตั้งครรภ์ได้เอง
· เด็กเสียสิทธิค่าเลี้ยงดูและมรดก
· ภาระตกที่แม่ทั้งหมด
· ยืนยันผล DNA ไม่ได้ (กรณีมีชายที่อาจเป็นบิดาได้หลายคน)
· เด็กอาจอยากตามหาพ่อเมื่อโต

ซึ่งมีรายละเอียดในแต่ละหัวข้อดังนี้

1. ตัดสินใจเรื่องการยุติการตั้งครรภ์

ปัจจุบันการยุติการตั้งครรภ์ (ทำแท้ง) ในประเทศไทย สามารถทำได้อย่างถูกกฎหมาย ภายใต้เงื่อนไขและอายุครรภ์ที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2564) และประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2565 โดยมีหลักเกณฑ์สำคัญดังนี้ค่ะ

เงื่อนไขการยุติการตั้งครรภ์ตามอายุครรภ์

  • อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์: ผู้ตั้งครรภ์สามารถยืนยันความประสงค์ขอรับบริการยุติการตั้งครรภ์ได้ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องระบุเหตุผล
  • อายุครรภ์ 12 – 20 สัปดาห์: ผู้ตั้งครรภ์ยังสามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ แต่มีข้อกำหนดว่า ต้อง ผ่านกระบวนการตรวจและรับคำปรึกษาทางเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนก่อนการตัดสินใจยืนยัน
  • อายุครรภ์เกิน 20 สัปดาห์: โดยทั่วไปจะไม่สามารถยุติการตั้งครรภ์ตามความประสงค์ทั่วไปได้ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อสุขภาพ ยกเว้นกรณีที่เข้าเงื่อนไขทางการแพทย์หรือกฎหมายกำหนด

ข้อยกเว้นที่สามารถทำได้ทุกอายุครรภ์ (ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์)

แม้จะไม่ได้อยู่ในเกณฑ์อายุครรภ์ข้างต้น แต่สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้หากเข้าเงื่อนไขต่อไปนี้ค่ะ
  1. การตั้งครรภ์นั้นเสี่ยงต่ออันตรายทางกายหรือจิตใจของผู้หญิง
  2. ทารกในครรภ์มีความเสี่ยงสูงที่จะคลอดออกมาแล้วมีความผิดปกติหรือทุพพลภาพอย่างร้ายแรง
  3. การตั้งครรภ์เกิดจากการกระทำความผิดทางอาญา (เช่น ถูกข่มขืน ล่วงละเมิดทางเพศ)

1.1 เลือกยุติการตั้งครรภ์

ในกรณีที่เข้าเกณฑ์ของการยุติการตั้งครรภ์ได้ตามกฎหมาย กรณีคนไทยเราสามารถขอเข้ารับบริการยุติการตั้งครรภ์และขอความช่วยเหลือได้ ทั้งจากหน่วยงานของรัฐและโรงพยาบาลเอกชน ดังนี้

สิทธิในการรักษาและช่องทางช่วยเหลือ

  • หน่วยงานให้คำปรึกษา: หากต้องการคำปรึกษาอย่างปลอดภัย เป็นความลับ สามารถติดต่อ สายด่วนท้องไม่พร้อม 1663 หรือติดต่อเครือข่ายแพทย์อาสา RSA (rsathai.org) เพื่อรับคำแนะนำในการเข้าถึงคลินิกและโรงพยาบาลที่ให้บริการอย่างปลอดภัย

ข้อดี-ข้อเสีย ของการเลือกยุติการตั้งครรภ์

ถ้าทำในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและอายุครรภ์ยังน้อย การยุติการตั้งครรภ์เป็นหัตถการที่ปลอดภัยสูง ข้อเสียหลักจึงมักอยู่ที่เรื่องใจ ความเชื่อ และกรอบเวลา มากกว่าความเสี่ยงทางกาย

ข้อดี

  • ปลอดภัยเมื่อทำเร็วและถูกวิธี อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์ส่วนใหญ่สามารถใช้ยา (mifepristone ร่วมกับ misoprostol) ได้ผลสูงและภาวะแทรกซ้อนรุนแรงพบน้อย หรือหากต้องการยุติการตั้งครรภ์ด้วยหัตถการ สามารถยุติการตั้งครรภ์ได้ด้วยการใช้เครื่องดูดสูญญากาศ (MVA)
  • ไม่กระทบการมีบุตรในอนาคต เมื่อทำโดยแพทย์และไม่มีภาวะแทรกซ้อน
  • จบความไม่แน่นอนทางกฎหมาย ไม่ต้องเผชิญเรื่องสถานะบุตร การแจ้งเกิด หรือคดีฟ้องไม่รับเด็กเป็นบุตรในอนาคต
  • ได้กำหนดชีวิตตัวเอง ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ การเงิน และความพร้อมในการเลี้ยงดู
  • ความรู้สึกหลังทำ งานวิจัยติดตามระยะยาวพบว่าคนส่วนใหญ่รู้สึกโล่งใจและเห็นว่าตัดสินใจถูกแล้ว

ข้อเสียและความเสี่ยง

  • ทางกาย กรณีเลือกใช้ยายุติการตั้งครรภ์ อาจมีเลือดออกและปวดท้องคล้ายประจำเดือนมาก บางรายเนื้อเยื่อหลุดไม่หมดจนต้องทำการใช้เครื่องดูดสูญญากาศ หรือการขูดมดลูกเพิ่ม ส่วนการติดเชื้อหรือตกเลือดรุนแรงพบน้อย แต่ความเสี่ยงสูงขึ้นตามอายุครรภ์
  • ทางใจ บางคนรู้สึกเศร้า ผิด หรือเสียดายภายหลัง โดยเฉพาะถ้าตัดสินใจเพราะถูกกดดัน ขัดกับความเชื่อทางศาสนา หรือมีปัญหาสุขภาพจิตเดิมอยู่แล้ว
  • ความลับที่ยังอยู่ ถ้าทำโดยไม่บอกคู่ ความเครียดจากการเก็บความลับอาจยังตามมา
  • เวลาบีบ ถ้าอยากรู้ผล DNA ก่อนตัดสินใจ ต้องรีบ เพราะผลอาจใช้เวลาราว 1-2 สัปดาห์ และพ้น 12 สัปดาห์ต้องผ่านการปรึกษาเพิ่ม พ้น 20 สัปดาห์ทำไม่ได้ยกเว้นมีเหตุทางการแพทย์
  • การเข้าถึงบริการ สถานบริการมีจำกัด โดยเฉพาะช่วง 12–20 สัปดาห์ จึงควรโทร 1663 เพื่อขอส่งต่อแทนการหาเอง
  • ทำนอกระบบ (หรือคลินิกเถื่อนผิดกฎหมาย) อันตรายมาก ยาจากแหล่งไม่ชัดเจนเสี่ยงทั้งยาปลอม ตกเลือด และติดเชื้อรุนแรง หรืออุปกรณ์ที่ใช้ในการยุติการตั้งครรภ์ไม่สะอาด ไม่ปลอดภัย

1.2 ตั้งครรภ์ต่อ (เลือกที่จะไม่ยุติการตั้งครรภ์ / อายุครรภ์เกินกำหนดที่จะยุติการตั้งครรภ์อย่างถูกกฎหมาย)

กรณีที่ตั้งครรภ์ต่อ ก็จำเป็นต้องเข้ารับการฝากครรภ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทารกในครรภ์นั้นมีความสมบูรณ์มากที่สุด แม้ว่าการเลือกที่จะตั้งครรภ์ต่อนี้ไม่มีกรอบเวลาบีบเหมือนการยุติการตั้งครรภ์ แต่ผลจะยาวกว่ามาก เพราะเกี่ยวทั้งตัวเด็ก ความสัมพันธ์ และสถานะทางกฎหมายไปอีกหลายปี

ข้อดี

  • ไม่ต้องตัดสินใจภายใต้แรงกดดันของเวลา มีเวลาตรวจ DNA คุยกับคู่ และวางแผนได้รอบคอบกว่า
  • สอดคล้องกับความเชื่อหรือความต้องการมีลูก สำหรับคนที่ยุติการตั้งครรภ์แล้วจะรู้สึกขัดกับความเชื่อทางศาสนา หรือความรู้สึกของตัวเอง
  • ยังมีทางเลือกต่อได้หลายทาง ทั้งเลี้ยงเอง เลี้ยงร่วมกับคู่ปัจจุบัน ให้พ่อทางสายเลือดรับผิดชอบ หรือยกให้เป็นบุตรบุญธรรม
  • เด็กมีสิทธิตามกฎหมาย ถ้าสถานะบุตรชัดเจน เด็กเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูจากพ่อทางสายเลือดได้ และได้ข้อมูลสุขภาพทางพันธุกรรมที่ถูกต้อง
  • ความสัมพันธ์บางคู่ไปต่อได้ คู่ปัจจุบันบางคนเลือกรับเด็กเป็นลูกหลังรู้ความจริง เมื่อได้คุยกันอย่างเปิดเผย

ข้อเสียและความเสี่ยง

  • ความจริงอาจถูกเปิดเผยในอนาคต (หากไม่ได้แจ้งให้สามีคนปัจจุบันทราบ) ความคล้ายทางหน้าตา หมู่เลือด หรือการตรวจ DNA ในอนาคตอาจเปิดเผยความจริง ยิ่งปล่อยนานยิ่งกระทบหลายคน รวมถึงตัวเด็ก
  • ผลทางกฎหมายตามมา ถ้าจดทะเบียนสมรสแล้ว เด็กจะถูกสันนิษฐานเป็นบุตรของสามีคนปัจจุบัน สามีฟ้องไม่รับเด็กเป็นบุตรได้ภายใน 1 ปีนับแต่วันที่รับรู้ แต่ไม่เกิน 10 ปีนับตั้งแต่วันเกิด (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) บรรพ 5 ครอบครัว ลักษณะ 2 บิดามารดากับบุตร หมวด 1 บิดามารดา) และเด็กเองก็ร้องขอให้ฟ้องปฏิเสธความเป็นบุตรได้เมื่อโตขึ้น (ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1545)
  • ความสัมพันธ์อาจจบลง หากความจริงถูกแจ้งให้กับสามีคนปัจจุบัน (ไม่ว่าจะตั้งใจแจ้งความจริงเพื่อความบริสุทธิ์ใจ หรือมาล่วงรู้ในภายหลัง) ความสัมพันธ์กับสามีคนปัจจุบันอาจจะจบลง ซึ่งอาจตามมาด้วยการเลี้ยงลูกคนเดียว
  • ภาระการเงินระยะยาว การเลี้ยงดูแลบุตรแต่ละคน มีความยากลำบากและมีค่าใช้จ่ายสูง หากความสามารถในการหารายได้มีจำกัด อาจจะทำให้เกิดปัญหาทางการเงินในอนาคตได้ โดยเฉพาะถ้าพ่อทางสายเลือดไม่รับผิดชอบ และต้องฟ้องร้องเพื่อเรียกค่าเลี้ยงดู
  • สุขภาพใจของแม่ ความเครียดเรื่องความลับหรือความขัดแย้งระหว่างตั้งครรภ์ เพิ่มความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าทั้งก่อนและหลังคลอด

2. ตัดสินใจเรื่องการบอกสามีคนปัจจุบัน

การตัดสินใจทุกอย่างมีผลที่ตามมาเสมอ การเลือกที่จะบอกความจริงกับสามีคนปัจจุบันนั้นมักเจ็บในระยะสั้นแต่ลดปัญหาระยะยาว ส่วนการไม่บอกเลี่ยงความขัดแย้งตอนนี้ได้ แต่ความเสี่ยงจะสะสมไปเรื่อย ๆ

ข้อยกเว้นกรณีเดียวที่จะต้องไม่บอกสามีคนปัจจุบัน คือถ้าบอกแล้วอาจไม่ปลอดภัย เช่น อาจถูกทำร้ายร่างกาย ถูกข่มขู่ (กรณีนี้ควรขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐ หรือองค์กรต่างๆเพิ่มเติม

2.1 บอกสามีคนปัจจุบัน

ข้อดี

  • ตัดสินใจร่วมกันบนข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะตั้งครรภ์ต่อ ยุติ หรือแยกทาง
  • เลี่ยงปัญหากฎหมายในอนาคต สถานะบุตรชัดตั้งแต่ก่อนแจ้งเกิด ไม่ต้องเสี่ยงคดีฟ้องไม่รับเด็กเป็นบุตรหลังจากเลี้ยงดูกันมาแล้ว
  • ไม่ต้องแบกความลับ ลดความเครียดเรื้อรังซึ่งกระทบทั้งสุขภาพใจของแม่และการตั้งครรภ์
  • เด็กได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ทั้งเรื่องตัวตนและประวัติสุขภาพทางพันธุกรรม
  • ความสัมพันธ์อาจไปต่อได้จริง บางคู่ผ่านเรื่องนี้ได้เมื่อความจริงถูกวางบนโต๊ะ และความสัมพันธ์ที่ไปต่อจะไม่ตั้งอยู่บนสิ่งที่ซ่อนไว้

ข้อเสีย

  • ความสัมพันธ์อาจจบทันที และอาจตามมาด้วยการแยกทาง การหย่า หรือการขาดการสนับสนุนทางการเงิน
  • ความเจ็บปวดทางใจของทั้งสองฝ่าย รวมถึงครอบครัวที่อาจรับรู้ไปด้วย
  • ความเสี่ยงต่อความปลอดภัย ถ้าสามีมีประวัติใช้ความรุนแรงหรือควบคุมตัวเองไม่ได้
  • ถูกกดดันให้ตัดสินใจตามอีกฝ่าย เช่น ถูกบังคับให้ยุติหรือไม่ยุติการตั้งครรภ์

ถ้าเลือกบอก จะบอกอย่างไรให้เสียหายน้อยที่สุด

  • ประเมินความปลอดภัยก่อน ถ้ามีความเสี่ยงความรุนแรง ให้คุยต่อหน้าคนกลางหรือในที่ที่มีคนอื่นอยู่ และเตรียมที่พักสำรอง สายด่วน 1300 ช่วยได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • พูดตามข้อเท็จจริงที่รู้ แต่ถ้ายังไม่แน่ใจเรื่องใครเป็นบิดาของทารกในครรภ์ สามารถเลือกตรวจ DNA พิสูจน์ความเป็นบิดาระหว่างตั้งครรภ์ หรือหลังคลอดได้
  • เลือกเวลาที่ไม่มีแรงกดดันอื่น และให้เวลาอีกฝ่ายตั้งตัวก่อนคาดหวังคำตอบ
  • ถ้ากังวลว่าจะคุยกันไม่ได้ การนัดคุยกับผู้ให้คำปรึกษาด้านครอบครัวหรือสายด่วน 1663 ช่วยให้บทสนทนาไม่บานปลาย

2.2 ไม่บอกสามีคนปัจจุบัน

ข้อดี

  • เลี่ยงความขัดแย้งและความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นตอนนี้
  • รักษาครอบครัวและความมั่นคงไว้ได้ในระยะสั้น
  • มีเวลาตั้งหลัก ตรวจ DNA ให้แน่ใจ หรือวางแผนก่อนตัดสินใจขั้นต่อไป

ข้อเสีย

  • ความจริงมีโอกาสถูกเปิดเผยสูง จากการตรวจ DNA ที่ทำได้ง่ายขึ้น ความคล้ายของเด็ก หรือคนอื่นที่รู้เรื่อง ยิ่งเปิดเผยช้า ความเสียหายต่อความไว้ใจยิ่งมาก
  • ผลทางกฎหมาย ถ้าสามีแจ้งเกิดเด็กเป็นลูกตัวเอง เขาจะฟ้องไม่รับเด็กเป็นบุตรไม่ได้ ซึ่งมีผลต่อมรดก ค่าเลี้ยงดู และอำนาจปกครอง ที่สามีคนปัจจุบันจะต้องให้การเลี้ยงดูบุตรคนนี้ แต่ว่าหากสามีคนปัจจุบันมารู้ทีหลัง ก็สามารถฟ้องหย่า เรียกค่าทดแทนจากภริยาหรือชายชู้ และปฏิเสธความเป็นบิดาของเด็กได้ตามกฎหมาย แต่การฟ้องเรียกคืน “เงินค่าเลี้ยงดู” ที่ได้จ่ายไปแล้วในทางปฏิบัติตามกฎหมายไทยทำได้ยากมาก (เนื่องจาก ถือเป็นการชำระหนี้ตามหน้าที่หรือจริยธรรม ศาลมักจะตีความว่าไม่สามารถฟ้องเรียกเงินค่าเลี้ยงดูที่จ่ายไปแล้วคืนจากมารดาได้โดยตรง เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าเป็นการฉ้อฉลหรือมีความเสียหายในฐานะละเมิด ซึ่งต้องปรึกษาทนายความเพื่อดูพยานหลักฐานเป็นรายกรณี)
  • ผลต่อเด็ก เด็กที่รู้ความจริงตอนโตมักเจ็บปวดกับการถูกปิดบังมากกว่าตัวข้อเท็จจริง และอาจขาดประวัติสุขภาพที่ถูกต้องของพ่อทางสายเลือด
  • ภาระใจของแม่ ความรู้สึกผิดและความกังวลว่าจะถูกจับได้ เพิ่มความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าทั้งก่อนและหลังคลอด
  • พ่อทางสายเลือดไม่ต้องรับผิดชอบ เด็กเสียสิทธิเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูจากเขา

3. ตัดสินใจเรื่องการบอกบิดาที่แท้จริงของทารกในครรภ์

การบอกพ่อที่แท้จริงเปิดทางให้เด็กได้สิทธิและแม่ได้คนร่วมรับผิดชอบ แต่ก็ทำให้มีคนรู้ความลับเพิ่มอีกหนึ่งคน ซึ่งอาจลามไปถึงสามีปัจจุบันได้ จึงควรตัดสินใจเรื่องนี้ควบคู่กับว่าจะบอกสามีหรือไม่

3.1 บอกบิดาที่แท้จริงของทารกในครรภ์

ข้อดี

  • มีคนร่วมรับผิดชอบ ทั้งค่าใช้จ่ายระหว่างตั้งครรภ์ ค่าคลอด และค่าเลี้ยงดูระยะยาว
  • เด็กได้สิทธิตามกฎหมาย พ่อจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรได้เมื่อแม่และเด็กยินยอม ซึ่งทำให้เด็กมีสิทธิรับค่าอุปการะเลี้ยงดูและรับมรดก
  • ตรวจ DNA ยืนยันได้ง่าย เพราะต้องใช้ตัวอย่างจากเขา การได้ความร่วมมือทำให้ตรวจพิสูจน์ความเป็นบิดา NIPPT ระหว่างตั้งครรภ์ได้โดยไม่ต้องรอคลอด
  • ข้อมูลสุขภาพทางพันธุกรรมครบ ช่วยประเมินความเสี่ยงโรคทางพันธุกรรมของเด็กได้ถูกต้อง
  • เด็กรู้จักที่มาของตัวเอง และมีโอกาสสร้างความสัมพันธ์กับพ่อ ถ้าทั้งสองฝ่ายต้องการ

ข้อเสีย

  • อาจถูกปฏิเสธหรือตัดขาด ซึ่งเจ็บปวดและอาจไม่ได้ความช่วยเหลือใดเลย
  • ความลับอาจรั่วไหล ถึงสามีปัจจุบัน ครอบครัว หรือที่ทำงาน ก่อนที่แม่จะพร้อม
  • เขาอาจมีครอบครัวอยู่แล้ว ทำให้เรื่องซับซ้อนขึ้น และอาจกลายเป็นความขัดแย้งกับคู่ของเขา
  • ถูกกดดันให้ตัดสินใจตามเขา เช่น ถูกเร่งให้ยุติการตั้งครรภ์ หรือถูกเรียกร้องสิทธิในตัวเด็กเมื่อแม่ไม่ต้องการ
  • ความผูกพันระยะยาว ถ้าเขาจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร อาจมีสิทธิในอำนาจปกครองด้วย แม้แม่จะคัดค้านได้ในบางกรณีตามกฎหมาย
  • ความเสี่ยงต่อความปลอดภัย ถ้าความสัมพันธ์กับเขาเคยมีความรุนแรงหรือการทำร้ายร่างกายมาก่อน

ถ้าเลือกบอก ควรเตรียมอะไร

  • ยืนยันความเป็นพ่อด้วย DNA ก่อนหรือพร้อมกับการบอก เพื่อไม่ให้เรื่องกลายเป็นการโต้เถียงว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ
  • คิดไว้ก่อนว่าต้องการอะไรจากเขา เช่น ค่าใช้จ่าย การจดทะเบียนรับเด็ก หรือแค่แจ้งให้ทราบ
  • เก็บหลักฐานการสื่อสารไว้ เผื่อต้องใช้ฟ้องขอให้รับเด็กเป็นบุตรหรือเรียกค่าเลี้ยงดูภายหลัง
  • ถ้ากังวลเรื่องความปลอดภัยหรือการถูกกดดัน ให้ติดต่อผ่านทนายความหรือคนกลาง แทนการคุยตัวต่อตัว

3.2 ไม่บอกบิดาที่แท้จริงของทารกในครรภ์

ข้อดี

  • ควบคุมได้ว่าใครรู้ความลับ ลดโอกาสที่เรื่องจะลามออกไป
  • ตัดขาดได้ชัดเจน เหมาะในกรณีที่ความสัมพันธ์จบไม่ดี หรือเขาไม่ปลอดภัยสำหรับแม่และเด็ก
  • ตัดสินใจเรื่องการตั้งครรภ์ได้เองทั้งหมด โดยไม่มีแรงกดดันจากเขา

ข้อเสีย

  • เด็กเสียสิทธิเรียกค่าเลี้ยงดูและสิทธิรับมรดก จากพ่อทางสายเลือด
  • ภาระทั้งหมดตกที่แม่ หรือคนที่เลี้ยงดูเด็กแทน
  • ยืนยันผล DNA ไม่ได้ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าใครเป็นพ่อ อาจตรวจได้เพียงตัดสามีปัจจุบันออก แต่ยืนยันพ่อที่แท้จริงไม่ได้
  • ประวัติสุขภาพของเด็กไม่ครบ อาจเป็นปัญหาเมื่อต้องประเมินโรคทางพันธุกรรมในอนาคต
  • เด็กอาจอยากตามหาพ่อเมื่อโตขึ้น และอาจเจ็บปวดกับการถูกปิดบัง ทั้งนี้สิทธิฟ้องขอให้รับเด็กเป็นบุตรเป็นของตัวเด็กด้วย ไม่ได้ขึ้นกับแม่เพียงคนเดียว

สรุปแนวทางที่คุณแม่ควรปฏิบัติ เมื่ออายุครรภ์ต่างๆ

ช่วงอายุครรภ์ สิ่งที่ควรทำ ข้อควรระวัง
เพิ่งรู้ว่าตั้งครรภ์ – 6 สัปดาห์ · ยืนยันการตั้งครรภ์และอายุครรภ์ด้วยอัลตราซาวด์
· ประเมินความปลอดภัยของตัวเอง
· เริ่มรับประทานกรดโฟลิก
· งดแอลกอฮอล์ บุหรี่ และยาที่ไม่ได้สั่งโดยแพทย์
· อย่าเพิ่งบอกใครด้วยอารมณ์ ให้ตั้งหลักก่อน
· ถ้าไม่มีใครปรึกษา โทร 1663 ได้ทันที
7–10 สัปดาห์ · ตรวจ DNA พ่อจากเลือดแม่ (NIPP) ได้ ตั้งแต่อายุครรภ์ 7 สัปดาห์
· เริ่มคิดทางเลือกเรื่องการตั้งครรภ์
· หากไม่แน่ใจว่าจะตั้งครรภ์ต่อหรือไม่ ควรเข้าฝากครรภ์ครั้งแรกก่อนเสมอ
· ผล DNA อาจใช้เวลาราว 7-14 วัน
· ถ้ากำลังพิจารณายุติการตั้งครรภ์ ควรตรวจ DNA พิสูจน์ความเป็นบิดาตั้งแต่ในช่วงนี้
10–12 สัปดาห์ · ตัดสินใจเรื่องการตั้งครรภ์
· ถ้าเลือกยุติ ทำในสถานพยาบาลให้ทันก่อนครบ 12 สัปดาห์
· ถ้าตั้งครรภ์ต่อ ฝากครรภ์และตรวจคัดกรองตามนัด
· กรณีพ้น 12 สัปดาห์ การยุติต้องผ่านการตรวจและรับคำปรึกษาเพิ่ม และสถานบริการน้อยลง
12–20 สัปดาห์ · ถ้ายังต้องการยุติ ติดต่อ 1663 เพื่อขอส่งต่อทันที
· ถ้าตั้งครรภ์ต่อ ฝากครรภ์สม่ำเสมอและตรวจอัลตราซาวด์คัดกรองความผิดปกติ
· วางแผนเรื่องการบอกความจริง
· หลังครบ 20 สัปดาห์ ยุติการตั้งครรภ์ไม่ได้ ยกเว้นมีเหตุทางการแพทย์ตามกฎหมาย
20 สัปดาห์ – ก่อนคลอด · ฝากครรภ์และเตรียมคลอด
· ปรึกษาทนายความเรื่องสถานะบุตรก่อนแจ้งเกิด
· ถ้าจะยกเด็กให้เป็นบุตรบุญธรรม ติดต่อกรมกิจการเด็กและเยาวชนล่วงหน้า
· สังเกตอาการซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์ ขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วน 1323
หลังคลอด · แจ้งเกิดภายใน 15 วัน
· ถ้ายังไม่ได้ตรวจ DNA ตรวจหลังคลอดได้ด้วยการเก็บเยื่อบุกระพุ้งแก้มทารก
· ตรวจหลังคลอดตามนัดและวางแผนคุมกำเนิด
· ชื่อพ่อในสูติบัตรมีผลทางกฎหมาย ถ้าสามีเป็นผู้แจ้งเกิดเองว่าเป็นบุตรของตน จะฟ้องไม่รับเด็กเป็นบุตรไม่ได้
· ระวังภาวะซึมเศร้าหลังคลอด

หากยังไม่แน่ใจ ว่าใครเป็นบิดาของทารกในครรภ์

บริการตรวจ DNA พ่อลูกระหว่างตั้งครรภ์จาก HealthSmile เลือกให้พยาบาลวิชาชีพไปเจาะเลือดที่บ้าน หรือเข้ารับบริการที่ศูนย์ของ HealthSmile ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ ตรวจได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 7 สัปดาห์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ ตรวจ DNA พิสูจน์ความเป็นพ่อ-ลูก (paternity test)

โทร : 0898749565

LINE ID : @HealthSmile

อ้างอิง

การฟ้องคดีปฏิเสธความเป็นบุตร. (n.d.-a). Spu.Ac.Th. Retrieved October 14, 2026, from https://dspace.spu.ac.th/items/9f95cbe9-82ba-4fe5-a533-7070acb7aa7e

การฟ้องคดีปฏิเสธความเป็นบุตร. (n.d.-b). Coj.Go.Th. Retrieved October 14, 2026, from https://library.coj.go.th/pdf-view.html?fid=44783&table=files_biblio

การฟ่องคดีไม่รับเด็กเป็นบุตร ต้องพิสูจน์หักล้างข้อสันนิษฐานตามกฎหมาย. (n.d.). Peesirilaw.com. Retrieved October 14, 2026, from https://www.peesirilaw.com/ความสัมพันธ์ในครอบครัว/การฟ้องคดีไม่รับเด็กเป็นบุตร.html

คดีฟ้องไม่รับเด็กเป็นบุตร ปรึกษาทนายธนู โทร 083 4248098 LINE : @tn13. (n.d.). Thanulegal.com. Retrieved October 14, 2026, from https://www.thanulegal.com/17163333/พ่อฟ้องไม่รับเด็กเป็นบุตร

พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๘) พ.ศ. ๒๕๖๔. (n.d.). Soc.Go.Th. Retrieved October 14, 2026, from https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2564/A/010/T_0001.PDF

วงการแพทย์-วงการยา ข้อมูลสุขภาพ วิธีการดูแลตัวเอง โรคร้าย. (n.d.). Wongkarnpat.com. Retrieved October 14, 2026, from https://www.wongkarnpat.com/viewpat.php?id=2974

ต้องการคำปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เกี่ยวกับการตรวจ DNA พิสูจน์ความเป็นพ่อลูก คลิกที่นี่

✅✅✅✅✅

เฮลท์สไมล์ บริการตรวจพิสูจน์ความเป็นบิดา และความสัมพันธ์ทางสายเลือด ทั้งในบุตรที่คลอดแล้ว และทารกในครรภ์ ความแม่นยำมากกว่า 99.99%

✔ ตรวจ DNA พิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด (พ่อลูก แม่ลูก ปู่ย่าตายาย/หลาน ลุงป้าน้าอา/หลาน ผลแม่นยำสูง 99.9%
✔ เก็บสิ่งส่งตรวจได้จากหลากหลาย เช่น กระพุ้งแก้ม เลือด เล็บ ผม แปรงสีฟัน สำลีแคะหู หลอดดูดน้ำ ฯลฯ
✔ ราคาคุ้มค่า ประหยัด ค่าบริการเริ่มต้นที่ 12,000 บาทต่อคู่ รวมค่าบริการเก็บสิ่งส่งตรวจถึงบ้าน และแพทย์อ่านผลให้ทุกเคส
✔ สะดวก สบาย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง
✔ บริการตรวจถึงบ้านทั่วประเทศ ฟรี

✅ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line ID : @Healthsmile

📞 โทร : 089 874 9565

🌐 อ่านข้อมูลเกี่ยวกับโปรแกรมตรวจพิสูจน์ความเป็นบิดา หรือความสัมพันธ์ทางสายเลือดอื่นๆ ได้ที่นี่ https://healthsmile.co.th/dna-paternity-test/

สูตินรีแพทย์ ที่สนใจด้านโครโมโซม ยีน DNA และการตรวจสุขภาพเชิงลึก ให้การดูแลมารดาตั้งครรภ์ ตรวจความผิดปกติของทารกในครรภ์ รักษาสุขภาพทางเพศ และให้ความรู้ด้านการตรวจยีนสุขภาพ การศึกษา - สถานะความรู้ความชำนาญเฉพาะทางที่แพทยสภารับรอง : สาขา สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา ( Obstetrics and Gynaecology ) - ประกาศนียบัตรฯ ที่แพทยสภารับรอง : ด้านเวชศาสตร์จีโนมเบื้องต้นสำหรับแพทย์เฉพาะทาง