Site icon HealthSmile.co.th ตรวจสุขภาพ

การตรวจ NIPT ตรวจได้ถึงสีผิว/สีผม จริงหรือไม่

การตรวจ NIPT ตรวจได้ถึงสีผิว สีผม จริงหรือไม่

การตรวจ NIPT ตรวจได้ถึงสีผิว สีผม จริงหรือไม่

จากโพสในกลุ่มเฟสบุ๊ค คนท้องคุยกัน มีคุณแม่มือใหม่สอบถามว่า การตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรมระบุเพศได้แม่นยำหรือไม่ จากนั้นมีผู้ร่วมกลุ่มท่านหนึ่งได้ตอบว่า ตรวจได้ยันสีผิวและผมค่ะ

บทความนี้ เราจะมาดูกันค่ะ ว่า การตรวจ NIPT สามารถรู้สีผิวและผมได้หรือไม่ หรือสามารถบอกว่าหน้าตาจะเหมือนใคร จะรูปร่างสูง ผอม อ้วน ฯลฯ ได้หรือไม่

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการตรวจคัดกรองความผิดปกติของทารกในครรภ์ หรือที่เรียกกันว่า NIPT (Non-Invasive Prenatal Testing) หลายคนอาจสงสัยว่า “เอ๊ะ! ในเมื่อตรวจลึกถึงภาวะขาด/เกินโครโมโซมได้ขนาดนี้ เราจะรู้ไปถึงสีผิว สีผม หรือความหล่อความสวยของลูกเลยได้ไหม?”

คำตอบ คือ “ในทางปฏิบัติ… ยังทำไม่ได้ค่ะ”

เรามาทำความเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังเรื่องนี้กันให้ชัดเจนขึ้นทีละขั้นนะคะ

1. NIPT ทำงานอย่างไร?

การตรวจ NIPT คือการเจาะเลือดคุณแม่เพื่อหาเศษ DNA ของลูกที่ปนอยู่ในกระแสเลือด (เรียกว่า cfDNA) จุดประสงค์หลักที่แท้จริงของมันคือการมองหา “ความผิดปกติของจำนวนโครโมโซม” เช่น

การตรวจ NIPT โดยทั่วไปจะเป็นการตรวจเพื่อหาภาวะขาด – เกิน ของโครโมโซมของทารกในครรภ์ โดยอาจจะมีอยู่หลายแพคเกจให้เลือก ยิ่งตรวจละเอียด ก็จะสามารถหาภาวะขาด – เกิน ของโครโมโซมในขนาดเล็กๆได้ (Microdeletion / duplication syndrome)

2. ทำไมถึง (ยัง) ตรวจสีผิวหรือสีผมไม่ได้?

แม้ว่า NIPT เราอาจจะเข้าใจว่าสามารถใช้ตรวจโครโมโซม แต่ในความเป็นจริงนั้น การระบุลักษณะภายนอก (Phenotypes) อย่างสีผิวหรือสีผมนั้นมีความซับซ้อนสูงมาก การเปลี่ยนแปลงในระดับยีน (Gene) ร่วมกับปัจจัยเสริมอื่นๆอีกหลายอย่าง โดยปัจจัยที่ทำให้มีสีผิ หรือสีผมต่างกัน ได้แก่

1. ประเภทและปริมาณของ “เมลานิน” (Melanin)

เมลานินคือเม็ดสีที่ผลิตโดยเซลล์ชื่อว่า Melanocytes ซึ่งในร่างกายคนเรามีเมลานิน 2 ประเภทหลักที่ผสมผสานกันจนเกิดเป็นสีผิวและสีผมที่ต่างกัน

2. พันธุกรรม (Genetics) – ตัวกำหนดพิมพ์เขียว

พันธุกรรมคือปัจจัยหลัก (ประมาณ 80% หรือมากกว่า) ที่กำหนดว่าร่างกายจะผลิตเมลานินประเภทไหนและมากเท่าไหร่

3. วิวัฒนาการและถิ่นกำเนิด (Evolutionary Adaptation)

ร่างกายมนุษย์ปรับตัวตามสภาพแสงแดดในแต่ละพื้นที่ทั่วโลก

4. ปัจจัยภายนอกและสิ่งแวดล้อม (Environmental Factors)

แม้จะมีพิมพ์เขียวจากพันธุกรรม แต่สภาพแวดล้อมก็ทำให้สีผิวเปลี่ยนไปได้:

นอกจากนี้ ปริมาณ DNA ของลูกในเลือดแม่มีปริมาณน้อยมาก ซึ่งปริมาณเหล่านี้เพียงพอต่อการนับจำนวนโครโมโซมหรือหาความผิดปกติใหญ่ๆ แต่ยังไม่ละเอียดพอที่จะทำ Whole Genome Sequencing (การถอดรหัสพันธุกรรมทั้งหมด) เพื่อระบุลักษณะทางกายภาพที่ละเอียดอ่อนขนาดนั้นในเชิงพาณิชย์ได้

แต่ในปัจจุบัน เริ่มมีการตรวจ NIPT เพื่อหาความผิดปกติของทารกในครรภ์ในระดับยีนได้แล้ว เช่น ยีนของโรคโรคกระดูกเติบโตช้าและจำกัด (Achondroplasia : อะคอนโดรพลาเซีย)* ซึ่งในอนาคต ด้วยการตรวจที่มีความละเอียดที่มากขึ้น อาจจะทำให้เราสามารถตรวจได้ก็เป็นได้


3. สิ่งที่ NIPT บอกเราได้ “มากกว่า” แค่โรค

ถึงจะบอกสีผม หรือสีผิว หรือลักษณะรูปร่างภายนอก(ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรค)ไม่ได้ แต่สิ่งที่ NIPT บอกได้ค่อนข้างแม่นยำ (และเป็นผลพลอยได้ที่พ่อแม่หลายคนตื่นเต้น) คือ

  1. เพศของทารก: เพราะโครโมโซม X และ Y มีความแตกต่างกันชัดเจน

  2. ความสัมพันธ์ทางสายเลือด: ในกรณีที่ต้องการตรวจความเป็นพ่อขณะตั้งครรภ์ (ซึ่งมักจะเป็นการตรวจคนละแพ็กเกจกับการคัดกรองดาวน์ซินโดรม)


สรุปความเชื่อผิดๆ

“ตรวจ NIPT แล้วจะรู้ว่าลูกผิวขาวเหมือนแม่ไหม?” ความจริง: ไม่ได้ค่ะ การตรวจ NIPT ในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่การตรวจคัดกรองความเสี่ยงด้านสุขภาพที่สำคัญเท่านั้น เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เตรียมความพร้อมในการดูแลลูกน้อยได้อย่างถูกต้อง

อ้างอิง * https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/29380944/

Exit mobile version