Site icon HealthSmile.co.th ตรวจสุขภาพ

Tetralogy of fallot: โรคหัวใจ ที่อาจเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม

Tetralogy of fallot: โรคหัวใจ ที่อาจเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม

Tetralogy of fallot: โรคหัวใจ ที่อาจเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม

Tetralogy of Fallot (TOF) คือโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดตัวเขียวที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากหัวใจมีความผิดปกติ 4 อย่างร่วมกัน ทำให้เลือดดำไหลไปเลี้ยงร่างกายโดยไม่ผ่านการฟอกที่ปอด เด็กจึงมีภาวะขาดออกซิเจน ตัวและปากเขียว เหนื่อยง่าย และเลี้ยงไม่โต

  • สาเหตุ: ประมาณ 20–25% เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม/โครโมโซม (พบบ่อยที่สุดคือ 22q11.2 deletion และ กลุ่มอาการดาวน์) ส่วนใหญ่ที่เหลือเกิดจากปัจจัยร่วม เช่น มารดาเป็นเบาหวาน , ขาดโฟเลต, ติดแอลกอฮอล์ , การติดเชื้อหัดเยอรมัน ฯลฯ

  • การตรวจ: ตรวจพบได้ตั้งแต่ในครรภ์ด้วยอัลตราซาวนด์และตรวจความผิดปกติของโครโมโซมด้วย NIPT

  • การรักษา: การรักษาหลักคือ การผ่าตัดซ่อมแซมหัวใจ (ช่วงอายุ 3–12 เดือน) มีอัตรารอดชีวิตสูงกว่า 95% สามารถเติบโตและใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงคนปกติ แต่ต้องติดตามอาการกับแพทย์หัวใจอย่างต่อเนื่อง

Tetralogy of Fallot: โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่อาจเกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม

โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital Heart Disease) พบได้ประมาณ 8–10 รายต่อทารกเกิดมีชีพ 1,000 ราย ในกลุ่มนี้ Tetralogy of Fallot (TOF) เป็นโรคหัวใจชนิด “เขียว” (cyanotic heart disease) ที่พบบ่อยที่สุด คิดเป็นราว 7–10% ของโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดทั้งหมด และเป็นหนึ่งในโรคหัวใจที่มีความเชื่อมโยงกับความผิดปกติทางพันธุกรรมและโครโมโซมอย่างชัดเจน

ทำไมถึงเรียกว่า โรคหัวใจชนิด “เขียว”

เพราะว่าโครงสร้างหัวใจผิดปกติ ทำให้เลือดดำลัดทางข้ามไปฝั่งซ้ายโดยไม่ผ่านปอด เลือดที่ออกไปเลี้ยงร่างกายจึงมีออกซิเจนต่ำกว่าปกติ ทำให้ฮีโมโกลบินที่ไม่มีออกซิเจนจะมีสีแดงคล้ำอมม่วง เมื่อมีมากพอจะมองเห็นผ่านผิวหนังเป็นสีเขียวนั่นเอง

บทความนี้จะอธิบายว่า TOF คืออะไร เกี่ยวข้องกับโครโมโซมอย่างไร และคุณพ่อคุณแม่จะรู้ล่วงหน้าได้อย่างไร


Tetralogy of Fallot คืออะไร

“Tetralogy” แปลว่า “สี่อย่าง” หมายถึงความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจ 4 ประการที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ได้แก่

  1. ผนังกั้นหัวใจห้องล่างมีรู (Ventricular Septal Defect – VSD) ทำให้เลือดจากหัวใจห้องล่างซ้ายและขวาไหลปนกันได้
  2. ทางออกของหัวใจห้องล่างขวาตีบ (Pulmonary Stenosis) เลือดไหลไปฟอกที่ปอดได้น้อยลง
  3. หลอดเลือดแดงใหญ่คร่อมผนังกั้น (Overriding Aorta) หลอดเลือดแดงใหญ่ที่นำเลือดไปเลี้ยงร่างกายอยู่คร่อมรู VSD จึงรับเลือดจากทั้งสองห้อง
  4. กล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างขวาหนาตัว (Right Ventricular Hypertrophy) เพราะต้องบีบตัวสู้กับทางออกที่ตีบ

ผลรวมคือเลือดดำที่ยังไม่ผ่านการฟอกที่ปอดถูกส่งออกไปเลี้ยงร่างกาย ทำให้เด็กมีภาวะ ตัวเขียว (cyanosis) โดยเฉพาะที่ริมฝีปาก ปลายนิ้ว และเล็บ

อาการที่พบได้

ความรุนแรงแตกต่างกันมากในแต่ละราย ขึ้นกับระดับความตีบของทางออกหัวใจห้องล่างขวา บางรายเขียวชัดตั้งแต่แรกเกิด บางรายแทบไม่เขียวเลยในช่วงแรก


TOF เกี่ยวข้องกับโครโมโซมอย่างไร

หัวใจของทารกเริ่มก่อตัวตั้งแต่สัปดาห์ที่ 3 และมีโครงสร้างสมบูรณ์ราวสัปดาห์ที่ 8 ของการตั้งครรภ์ ช่วงเวลานี้ยีนหลายตัวต้องทำงานประสานกันอย่างแม่นยำ หากมียีนขาดหายหรือเกินมาจากความผิดปกติของโครโมโซม กระบวนการสร้างหัวใจอาจผิดพลาดได้

ผู้ป่วย TOF ประมาณ 20–25% พบความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ระบุได้ ที่พบบ่อยได้แก่

1. กลุ่มอาการ 22q11.2 deletion (DiGeorge syndrome)

เป็นสาเหตุทางพันธุกรรมที่พบบ่อยที่สุดของ TOF พบในผู้ป่วย TOF ราว 15% เกิดจากชิ้นส่วนเล็ก ๆ บนแขนยาวของโครโมโซมคู่ที่ 22 ขาดหายไป (microdeletion) ซึ่งเล็กเกินกว่าจะเห็นได้ด้วยการตรวจโครโมโซมแบบมาตรฐาน (karyotype)

บริเวณที่ขาดหายมียีน TBX1 ซึ่งสำคัญต่อการสร้างหลอดเลือดใหญ่ที่ออกจากหัวใจ ต่อมไทมัส ต่อมพาราไทรอยด์ และโครงสร้างใบหน้า เด็กกลุ่มนี้จึงอาจมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง แคลเซียมในเลือดต่ำ เพดานโหว่ ลักษณะใบหน้าเฉพาะ และพัฒนาการล่าช้าร่วมด้วย

ในทางกลับกัน หากพบว่าเด็กเป็น 22q11.2 deletion syndrome จะพบโรคหัวใจร่วมด้วยถึง 60–80% และ TOF เป็นหนึ่งในชนิดที่พบบ่อยที่สุด

22q11.2 deletion (DiGeorge syndrome) ตรวจได้ในแพคเกจ NGD NIPS Plus และ NIFTY Pro

2. โครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา (Trisomy 21 / กลุ่มอาการดาวน์)

เด็กกลุ่มอาการดาวน์ราว 40–50% มีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ชนิดที่พบบ่อยที่สุดคือ AVSD (Atrioventricular Septal Defect) แต่ TOF ก็พบได้ประมาณ 5–6% ของเด็กดาวน์ที่มีโรคหัวใจ และมักพบร่วมกับ AVSD

Trisomy 21 หรือ ดาวน์ซินโดรม ตรวจได้ในทุกแพคเกจ NIPT ของ HealthSmile

3. Trisomy 13 และ Trisomy 18

กลุ่มอาการพาทัว (Trisomy 13) และกลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ด (Trisomy 18) มีโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดร่วมด้วยเกือบทุกราย และ TOF เป็นหนึ่งในชนิดที่พบได้ แม้ทั้งสองกลุ่มอาการจะพบน้อยกว่ากลุ่มอาการดาวน์มาก

Trisomy 13 , 18 ตรวจได้ในทุกแพคเกจ NIPT ของ HealthSmile

4. ความผิดปกติของยีนเดี่ยว

นอกจากโครโมโซมแล้ว ยังมีการกลายพันธุ์ของยีนเดี่ยวที่สัมพันธ์กับ TOF เช่น

ปัจจุบัน การตรวจยีนเดี่ยว ยังไม่สามารถตรวจพบจากเลือดมารดาในระหว่างตั้งครรภ์ได้

กรณีที่ไม่พบสาเหตุ

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ (ราว 75–80%) ตรวจไม่พบความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ชัดเจน เชื่อว่าเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน (multifactorial) ทั้งพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงได้แก่


การตรวจระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้รู้ล่วงหน้าได้

อัลตราซาวนด์และ Fetal Echocardiography

การอัลตราซาวนด์คัดกรองความผิดปกติในไตรมาสที่สอง (ราวสัปดาห์ที่ 18–22) สามารถตรวจพบ TOF ได้ในหลายราย โดยดูภาพตัดขวางของหัวใจและทางออกหลอดเลือดใหญ่ หากสงสัยจะส่งต่อทำ Fetal Echocardiography ซึ่งเป็นอัลตราซาวนด์หัวใจทารกโดยละเอียดกับแพทย์เฉพาะทางด้าน MFM

ครรภ์ที่ควรได้รับ Fetal Echo ตั้งแต่ต้น ได้แก่ ครรภ์ที่มีประวัติโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในครอบครัว มารดาเป็นเบาหวาน ผลคัดกรองโครโมโซมผิดปกติ หรือพบความผิดปกติอื่นจากอัลตราซาวนด์

การตรวจคัดกรองโครโมโซม

เมื่อพบ TOF ในครรภ์

แนวทางปฏิบัติสากลแนะนำให้เสนอการตรวจโครโมโซมและ CMA ทุกรายที่พบโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในครรภ์ เพราะผลจะช่วยให้ทีมแพทย์วางแผนดูแลหลังคลอด ประเมินอวัยวะอื่นที่อาจได้รับผลกระทบ และให้คำปรึกษาทางพันธุศาสตร์แก่ครอบครัวได้ครบถ้วน

หากผลตรวจโครโมโซมมีความผิดปกติ ก็สามารถพิจารณายุติการตั้งครรภ์ได้ แต่หากผลตรวจโครโมโซมปกติ และทารกในครรภ์เจริญเติบโตตามเกณฑ์ ก็สามารถพิจารณาตั้งครรภ์ต่อได้และค่อยผ่าตัดหลังทารกคลอดแล้วก็ได้เช่นกัน


การตรวจหลังคลอด เพื่อการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ


การรักษาและการพยากรณ์โรค

TOF รักษาได้ด้วย การผ่าตัดซ่อมแซมหัวใจ โดยปิดรู VSD และขยายทางออกของหัวใจห้องล่างขวา ส่วนใหญ่ทำในช่วงอายุ 3–12 เดือน ในรายที่เขียวรุนแรงตั้งแต่แรกเกิดอาจต้องทำหัตถการชั่วคราวก่อน เช่น ใส่ stent หรือทำ shunt

ผลการรักษาในปัจจุบันดีมาก อัตรารอดชีวิตหลังผ่าตัดเกิน 95% และผู้ป่วยส่วนใหญ่เติบโตใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ แต่ต้องติดตามกับแพทย์โรคหัวใจตลอดชีวิต เพราะอาจเกิดลิ้นหัวใจพัลโมนารีรั่วหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะในระยะยาว และบางรายต้องเปลี่ยนลิ้นหัวใจในวัยผู้ใหญ่

ในรายที่มีกลุ่มอาการทางพันธุกรรมร่วมด้วย เช่น 22q11.2 deletion หากคลอดออกมาแล้วการดูแลจะซับซ้อนขึ้น ต้องมีทีมสหสาขาทั้งกุมารแพทย์โรคหัวใจ ภูมิคุ้มกัน ต่อมไร้ท่อ และพัฒนาการ แต่หากตรวจพบเร็วตั้งแต่ตั้งครรภ์ และได้พูดคุยถึงความเสี่ยงต่างๆกับครอบครัวแล้ว ในกรณีที่ครอบครัวไม่ยินดีที่จะตั้งครรภ์ต่อ ก็สามารถเลือกยุติการตั้งครรภ์ได้เช่นกัน


สรุป

จะเห็นได้ว่า โรค TOF เป็นโรคที่อันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้กับเด็กทุกคน ซึ่งปัจจุบันสามารถตรวจพบได้ในระหว่างตั้งครรภ์ และสามารถรักษาได้ แต่ก็มีผลแทรกซ้อนต่างๆที่ติดตามมาในระยะยาว

หากครอบครัวมีความกังวลเรื่องความผิดปกติที่อาจจะรุนแรงต่อทารกในครรภ์ การเลือกตรวจ NIPT แพคเกจที่ครอบคลุมความผิดปกติของ 22q11.2 deletion ซึ่งไม่ได้อยู่ในแพคเกจตรวจ NIPT ฟรีของประเทศไทย ก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ


เขียนและตรวจสอบข้อมูลโดย นพ.ประสิทธิ์ วิริยะกิจไพบูลย์
ช่วยเติมข้อมูลต่างๆให้สมบูรณ์โดย AI (Claude, Gemini)

บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของลูกน้อยหรือการตั้งครรภ์ โปรดปรึกษาสูติแพทย์หรือกุมารแพทย์

Exit mobile version