Site icon HealthSmile.co.th ตรวจสุขภาพ

สอนอ่านผลตรวจ NIFTY Pro อ่านเองได้ เข้าใจด้วย (รู้เพศ รู้ดาวน์ซินโดรม แล้วรู้อะไรได้อีก)

อ่านผลตรวจ nifty

อ่านผลตรวจ nifty

ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล โดย นพ.ประสิทธิ์ วิริยะกิจไพบูลย์
สูตินรีแพทย์

Update ล่าสุด 26 กรกฎาคม 2569

อ่านผลตรวจ NIFTY Pro รู้เพศ รู้โรคอะไรบ้าง?

สอนอ่านผลตรวจ NIFTY Pro อ่านเองได้ เข้าใจด้วย (รู้เพศ รู้ดาวน์ซินโดรม แล้วรู้อะไรได้อีก?)

คุณแม่หลายๆท่าน อยากทราบว่าโครโมโซมของลูกในครรภ์จะมีความผิดปกติอะไรไหม ลูกเราจะเป็นดาวน์ซินโดรม เป็นโรคทางพันธุกรรม หรือโรคอะไรร้ายแรงอื่นๆหรือไม่ และที่สำคัญ (จากที่ Admin ได้ให้บริการมา) คือคุณแม่อยากทราบว่าลูกเป็นเพศอะไร

การเลือกตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรม ด้วย NIFTY Pro หรือการตรวจ NIPT brand อื่นๆ ก็เป็นตัวเลือกสำคัญที่จะช่วยให้คุณแม่รู้ได้ว่า โครโมโซมของลูกในครรภ์นั้นมีความเสี่ยงที่จะผิดปกติใดๆหรือไม่ แต่เนื่องจากผลตรวจที่ออกมา บางครั้งก็เป็นภาษาหมอ อ่านยาก อ่านไม่เข้าใจ และที่สำคัญ หาไม่เจอว่าเขาเขียนเพศลูกของเราไว้ที่ไหน

ปัจจุบัน การตรวจคัดกรองดาวน์ซินโดรมจากเลือดคุณแม่ด้วยความแม่นยำสูง (หรือที่เรียกกันว่า NIPT (Non-invasive prenatal testing) มีอยู่หลายแบรนด์ ในบทความนี้ บริษัท เฮลท์สไมล์ จำกัด จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับการอ่านผลตรวจแบรนด์ NIFTY Pro ค่ะ

รูปตัวอย่างผลตรวจ NIFTY Pro กรณีผลปกติ

รายงานผล NIFTY Pro หน้า 1 (update 07-2026)

รายงานผล NIFTY Pro หน้า 2 (update 07-2026)

รายงานผล NIFTY Pro หน้า 3 (update 07-2026)

รายงานผล NIFTY Pro หน้า 4 (update 07-2026)


รูปที่ 1 แสดงใบรายงานผลตรวจ NIFTY เต็มฉบับ

หน้าที่ 1

ส่วนแรก : ประวัติคุณแม่และสถานพยาบาล (คลินิก/โรงพยาบาล) ที่ส่งตรวจ

ด้านบนสุดของผลตรวจ จะเป็นประวัติของคุณแม่ตั้งครรภ์ อันได้แก่

Patient Information : ข้อมูลของมารดาที่เข้ารับการตรวจ

Sample Information : ข้อมูลของสิ่งส่งตรวจ

สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญในจุดนี้ คือ ชื่อ-นามสกุล และเลขบัตรประชาชนของมารดา ควรถูกต้องและตรงกับบัตรประจำตัวประชาชนของคุณแม่ เนื่องจากจะมีผลต่อเรื่องการเคลมประกันต่างๆค่ะ

รูปที่ 2 แสดง ส่วนแรก : ประวัติคุณแม่และสถานพยาบาล (คลินิก/โรงพยาบาล) ที่ส่งตรวจ

ส่วนที่สอง : รายงานผลตรวจ

ส่วนรายงานผลตรวจ จะแบ่งย่อยๆออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่

1. Test Result

2. รายงานความผิดปกติของโครโมโซมต่างๆ

เป็นส่วนที่รายงานความผิดปกติของโครโมโซมคู่ต่างๆที่สำคัญ ที่อาจจะมีการขาด หรือเกินของแท่งโครโมโซมเหล่านี้ได้ (เรียกรวมๆว่า Aneuploidy) แบ่งเป็น 3 ส่วนย่อย ได้แก่

2.1 โครโมโซมคู่หลัก Autosomal Aneuploidies

ตัวอย่างในรูป Trisomy 21 Probability 1/1935168035 แสดงว่า โอกาสที่คุณแม่จะมีทารกในครรภ์เป็นดาวน์ซินโดรมอยู่ที่ 1 ใน 1,935 ล้าน เป็นต้น

2.2 โครโมโซมเพศ Sex Chromosome Aneuploidies 

ส่วนถัดมา จะเป็นโอกาสในการเกิดความผิดปกติของโครโมโซมเพศ ได้แก่

ซึ่งตรงส่วนนี้ จะไม่ได้มีตัวเลขความน่าจะเป็นบอกไว้

2.3 ความผิดปกติของโครโมโซมอื่นๆ รวมถึงความผิดปกติขนาดเล็กๆ

รูปที่ 3 ผลการตรวจคัดกรองโครโมโซมทารกในครรภ์

ส่วนที่ 3 ลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ และข้อมูล/ข้อกำหนดเกี่ยวกับการตรวจ

ตรงจุดนี้ มีขึ้นเพื่อเป็นการรับรองผลตรวจจากทางศูนย์แลป และข้อกำหนดรวมถึงข้อจำกัดของการตรวจ แบ่งเป็น 2 ส่วนย่อย ได้แก่

1. ลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ทที่เป็นผู้ออกผลตรวจ และรับรองผลตรวจ

การมีชื่อเจ้าหน้าที่ 2 คน (ผู้ออกผลตรวจ และ ผู้ตรวจรับรองผลตรวจ) ในรายงานผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ “ถือเป็นมาตรฐานสากล” สำหรับงานห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการตรวจวิเคราะห์ขั้นสูง (เช่น การตรวจพันธุกรรม NIPT, ตรวจชิ้นเนื้อ หรือแล็บเฉพาะทางต่างๆ) โดยมีเหตุผลสำคัญดังนี้

  1. เป็นระบบตรวจสอบความถูกต้อง : เพื่อป้องกันความผิดพลาด (Human Error) ระบบคุณภาพจึงกำหนดให้มีคนทำงานและคนตรวจทานแยกกันเสมอ
  2. เป็นไปตามมาตรฐานรับรองห้องปฏิบัติการสากล (Laboratory Accreditation)
  3. ความรับผิดชอบทางกฎหมายและวิชาชีพ (Accountability)

2. ข้อมูล/ข้อกำหนดเกี่ยวกับการตรวจ

สามารถแปลและสรุปได้ดังนี้

1. ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการตรวจ (ABOUT THE TEST)

2. คำชี้แจงสำคัญและข้อจำกัด (DISCLAIMER)

2.1 เป็นเพียงการตรวจคัดกรอง ไม่ใช่การวินิจฉัย

2.2 ขอบเขตการตรวจ

2.3 ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบให้ผลตรวจคลาดเคลื่อน

ผลการตรวจอาจถูกรบกวนหรือเปลี่ยนแปลงได้จากปัจจัยต่างๆ (แต่ไม่จำกัดเพียงเท่านี้) ได้แก่:

  1. ภาวะโมเสก (Mosaicism): ภาวะที่เซลล์ในร่างกายของแม่, ของทารก หรือของรก มีชุดโครโมโซมปกติและผิดปกติปะปนกัน

  2. สัดส่วนดีเอ็นเอของทารกต่ำเกินไป (Low fetal fraction)

  3. ภาวะแฝดหาย (Vanishing twin): เคยตั้งครรภ์แฝดแล้วทารกอีกคนหยุดการเจริญเติบโตไปตั้งแต่ระยะแรก

  4. การตั้งครรภ์แฝด (Multiple pregnancy) หรืออายุครรภ์ (Gestational age) ที่ไม่ถูกต้อง

  5. ประวัติทางการแพทย์ของคุณแม่: เช่น เคยรับถ่ายเลือด, ผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะ, รักษาด้วยสเต็มเซลล์ หรือได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Heparin)

  6. ความผิดปกติของโครโมโซมในพ่อแม่ หรือแม่อุ้มบุญ (Surrogate)

3. สรุปคำแนะนำสำคัญที่สุดสำหรับผู้ป่วย

 

รูปที่ 4 ลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ และข้อมูล/ข้อกำหนดเกี่ยวกับการตรวจ

ตารางความแม่นยำของการตรวจ

เนื่องจากไม่ได้มีผลสำคัญต่อการอ่านผลตรวจ ดังนั้นจึงขอย้ายส่วนนี้ลงไปด้านล่างของบทความ หากต้องการอ่านเพิ่มเติม สามารถคลิกที่นี่


หน้าที่ 2-4 ผลตรวจภาวะขาด/เกิน ของโครโมโซมคู่ต่างๆนอกจากคู่หลัก 

หน้าที่ 2 รายงานผลตรวจของภาวะการขาด/เกิน ของโครโมโซมคู่อื่นๆนอกเหนือจากคู่หลัก (13 18 21)

รูปที่ 5 ผลตรวจภาวะขาด/เกิน ของโครโมโซมคู่ต่างๆ

หน้าที่ 3 – 4 รายงานผลตรวจของภาวะการขาด/เกิน ของโครโมโซมขนาดเล็ก (Microdeletion / Duplication syndromes)

แม้ว่า NIFTY จะสามารถตรวจภาวะการขาด/เกิน ของโครโมโซมขนาดเล็ก (Microdeletion / Duplication syndromes) ได้หลายๆความผิดปกติ แต่ว่าจะมีการรับประกันความผิดพลาดจากการตรวจที่เป็น False negative (ทารกมีความผิดปกติจริง แต่ผลตรวจแจ้งว่าปกติ) เฉพาะในกรณีที่มีความผิดปกติขนาดใหญ่กว่า 5 Mb เท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม : ประกันของการตรวจ NIFTY Focus , NIFTY Core และ NIFTY Pro มีรายละเอียดอย่างไร อย่างไหนจ่าย อย่างไหนไม่อยู่ในประกัน?

แบ่่งเป็น 2 ส่วนย่อยๆ ดังนี้

  1. ส่วนที่มีขนาดความผิดปกติ มากกว่าหรือเท่ากับ 3 Mb (ไม่ได้อยู่ในการรับประกัน)
  2. ส่วนที่มีขนาดความผิดปกติ มากกว่าหรือเท่ากับ 5 Mb (อยู่ในการรับประกัน)

รายการผลตรวจโครโมโซมที่มีขนาดเล็ก (Microdeletion / duplication) หน้าที่ 3

รายการผลตรวจโครโมโซมที่มีขนาดเล็ก (Microdeletion / duplication) หน้าที่ 4

ซึ่งหากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่บทความนี้ NIFTY®️ Pro เพิ่มรายการตรวจ deletion/duplication จาก 84 เป็น 92 รายการแล้ว

ดาวน์โหลดรายละเอียดโรคและความผิดปกติที่เกิดจากการขาด – เกินของโครโมโซมทั้งหมด 92 โรค ได้ที่นี่
List for Microdeletion/duplication Syndrome and Chromosome Aneuploidies
คลิกทีนี่เพื่อดาวน์โหลด


ตารางความแม่นยำของการตรวจ

ตารางที่อยู่ทางด้านขวาของผลตรวจ คือ ตารางแสดงความไวของการตรวจ (Sensitivity) ความเฉพาะเจาะจงของการตรวจ (Specificity) PPV (Positive predictive value) และ NPV (Negative predictive value) โดยค่า NPV จะได้มาจากการคำนวณทางห้องปฏิบัติการ

โดยตารางนี้ เป็นตารางที่เป็นข้อมูลงานวิจัยในอดีต ร่วมกับข้อมูลภายในของทาง NIFTY เอง จึงเป็นข้อมูลที่ย้อนหลัง ณ ปัจจุบันอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลตรงนี้แล้วเมื่อมีงานวิจัยใหม่ๆเพิ่มเติมขึ้นมา (ซึ่งหากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าว ทางผู้เขียนจะรีบนำมา update ให้คุณแม่หรือผู้ที่สนใจทราบทันทีเลยค่ะ)

รายการความผิดปกติที่ตรวจ (Condition)

เป็นชื่อรายการความผิดปกติที่ตรวจพบได้ โดย

รูปที่ 6 แสดงตารางสำหรับคำนวณค่าทางสถิติต่างๆ โดย
Diagnostic test ในที่นี้คือ ผลตรวจ NIFTY ซึ่งเป็นการตรวจคัดกรอง
Gold standard ในที่นี้ คือการตรวจวินิจฉัยด้วยการเจาะน้ำคร่ำ หรือ ตัดชิ้นเนื้อรก

ความไวของการตรวจ (Sensitivity)

ค่า Sensitivity เป็นความสามารถของการตรวจที่จะบอกได้อย่างถูกต้องว่าเป็นโรค คำนวณจาก สัดส่วนของคนเป็นโรคที่ให้ผลการทดสอบเป็นบวก ต่อคนเป็นโรคทั้งหมด

ในที่นี้ คือค่าสัดส่วนของมารดาที่ทารกในครรภ์เป็นโรค และผลการตรวจพบว่าเป็น High risk (ผลการทดสอบเป็นเสี่ยงสูง) ต่อจำนวนทารกที่เป็นโรคทั้งหมด จากรูปคือค่า

a / (a + c)

True positive / (True positive + False negative)

หรือ ความน่าจะเป็นหากผลตรวจเป็นบวก แล้วจะเป็นโรคจริงๆ (Probability of being test positive when disease present) เช่น หากผลตรวจดาวน์ซินโดรมของ NIFTY เป็นเสี่ยงสูง แสดงว่าทารกในครรภ์มีโอกาสเป็นดาวน์ซินโดรมจริงอยู่ที่ 99.17%

ความเฉพาะเจาะจงของการตรวจ (Specificity)

Specificity คือความสามารถของการตรวจ ที่จะบอกได้ว่าคนๆนั้นไม่มีโรค คำนวณจาก สัดส่วนของคนไม่เป็นโรคที่ให้ผลการทดสอบเป็นลบ ต่อคนที่ไม่เป็นโรคทั้งหมด

ในที่นี้ คือค่าสัดส่วนของมารดาที่ทารกในครรภ์ไม่เป็นโรค และให้ผลการทดสอบว่าเป็น Low risk (ผลการทดสอบเป็นเสี่ยงต่ำ) ต่อจำนวนทารกที่ไม่เป็นโรคทั้งหมด จากรูปคือค่า

d / (b + d)

true negative / (true negative + false positive)

หรือ ความน่าจะเป็นหากผลตรวจเป็นลบ แล้วจะไม่ได้เป็นโรคจริงๆ (Probability of being test negative when disease absent) เช่น หากผลตรวจดาวน์ซินโดรมของ NIFTY เป็นเสี่ยงต่ำ แสดงว่าทารกในครรภ์มีโอกาสที่จะไม่เป็นดาวน์ซินโดรมที่ 99.95%

PPV (Positive predictive value)

PPV เป็นเปอร์เซนต์ของผู้ป่วยที่ได้ผลเป็นบวก และเป็นโรคจริงๆ คำนวณจาก สัดส่วนของคนที่ผลตรวจเป็นบวกและเป็นโรคจริง ต่อ คนที่ได้ผลเป็นบวกทั้งหมด

ในที่นี้ คือค่าสัดส่วนของมารดาที่ทารกในครรภ์เป็นโรค และให้ผลการทดสอบว่าเป็น High risk (ผลการทดสอบเป็นเสี่ยงสูง) ต่อจำนวนมารดาที่ให้ผลการทดสอบว่าเป็น High risk ทั้งหมด จากรูปคือค่า

a / (a + b)

true positive / (true positive + false positive)

หรือความน่าจะเป็นที่คนจะเป็นโรคนั้นจริง หากได้ผลตรวจเป็นบวก (Probability (patient having disease when test is positive)) เช่น หากผลตรวจดาวน์ซินโดรมของ NIFTY เป็นเสี่ยงสูงและทารกในครรภ์เป็นดาวน์จริงๆ จะเป็นกี่เปอร์เซนต์ของคนที่ผลเป็นเสี่ยงสูงทั้งหมด ซึ่งเท่ากับ 92.19%

จะเห็นได้ว่า มีอีก 7.81% ที่ผลตรวจ NIFTY เป็นเสี่ยงสูง แต่ว่าทารกไม่ได้เป็นดาวน์ซินโดรม ดังนั้น จึงแนะนำว่าต้องทำการเจาะน้ำคร่ำเพื่อยืนยันเสมอ ในกรณีที่ผลตรวจเป็นเสี่ยงสูง เพื่อป้องกันการยุติการตั้งครรภ์ในทารกที่ปกติ

NPV (Negative predictive value)

NPV เป็นเปอร์เซนต์ของผู้ป่วยที่ได้ผลเป็นลบ และไม่ได้เป็นโรคจริงๆ คำนวณจาก สัดส่วนของคนที่ผลตรวจเป็นลบและไม่ได้เป็นโรคจริง ต่อ คนที่ได้ผลเป็นลบทั้งหมด

ในที่นี้ คือค่าสัดส่วนของมารดาที่ทารกในครรภ์ไม่เป็นโรค และให้ผลการทดสอบว่าเป็น Low risk (ผลการทดสอบเป็นเสี่ยงต่ำ) ต่อจำนวนมารดาที่ให้ผลการทดสอบว่าเป็น Low risk ทั้งหมด จากรูปคือค่า

d / (c + d)

true negative / (false negative + true negative)

หรือความน่าจะเป็นที่คนจะไม่เป็นโรคนั้นจริง หากได้ผลตรวจเป็นลบ (Probability (patient not having disease when test is negative)) เช่น หากผลตรวจดาวน์ซินโดรมของ NIFTY เป็นเสี่ยงต่ำและทารกในครรภ์ไม่ได้เป็นดาวน์จริงๆ จะเป็นกี่เปอร์เซนต์ของคนที่ผลเป็นเสี่ยงต่ำทั้งหมด ซึ่งเท่ากับ 99.99%

จะเห็นได้ว่า หากผลตรวจ NIFTY เป็นเสี่ยงต่ำ คุณแม่ก็แทบจะสบายใจได้เลย ว่าโอกาสที่ผลตรวจออกเป็นเสี่ยงต่ำ แต่ว่าทารกในครรภ์จะเป็นโรคนั้น อยู่ที่เพียง 0.01% เท่านั้น จึงไม่จำเป็นต้องเจาะน้ำคร่ำหากว่าการตรวจอื่นๆปกติ และแพทย์ไม่ได้ตรวจพบความผิดปกติอื่นๆ

ตัวอย่างการอ่านตารางความแม่นยำของการตรวจ

ตัวอย่าง 1 : ในช่อง T13 (Patau syndrome) จะเห็นได้ว่า

ตัวอย่าง 2 : ในช่อง Del/Dup : สำหรับ Deletion / Duplication นั้น

ตัวอย่างที่ 3 : ในช่อง XO เทอร์เนอร์ซินโดรม (Turner syndrome)

สรุป

การอ่านผลตรวจนิฟตี้โปร (NIFTY Pro) รวมไปถึงการตรวจ NIPT แบรนด์อื่นๆนั้น มีการแปลผลที่ต้องใช้แพทย์ที่มีความรู้ความเข้าใจในการอ่านผล

หากผลตรวจผิดปกติ ก็ไม่ได้แปลว่าทารกในครรภ์จะผิดปกติทั้งหมด (ดูได้จากค่า Sensitivity และ positive predictive value) หากพบผลตรวจเป็นเสี่ยงสูง จึงจำเป็นต้องตรวจยืนยันด้วยการเจาะน้ำคร่ำ หรือเจาะชิ้นเนื้อรกเสมอ

และเช่นกัน หากผลปกติ ก็ไม่ได้แปลว่าทารกในครรภ์จะปกติทั้งหมด (ดูได้จากค่า Specificity และ negative predictive value) หากระหว่างการฝากครรภ์พบความผิดปกติที่สงสัยโรคทางโครโมโซม ก็ควรจะเจาะน้ำคร่ำ หรือเจาะชิ้นเนื้อรกเพื่อยืนยันความผิดปกตินั้น และป้องกันเรื่องของผล false negative เช่นกัน


Reference

Exit mobile version