วิธีการเก็บเลือดเพื่อส่งตรวจ NIPT และ NIPPT และข้อห้ามต่างๆ
เลือดที่จะส่งตรวจ NIPT (Non-Invasive Prenatal Testing) เพื่อตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์ และ NIPPT (Non-Invasive Prenatal Paternity Testing) เพื่อตรวจพิสูจน์ความเป็นพ่อลูกระหว่างตั้งครรภ์นั้น ใช้เทคโนโลยีในการตรวจที่คล้ายคลึงกัน คือ การตรวจเศษของ DNA ทารกที่ลอยอยู่ในเลือดของมารดา ซึ่งต้องเก็บเลือดไว้ในหลอดเลือดชนิดพิเศษ
ในบทความนี้ จะบอกถึงวิธีการเก็บรักษาเลือดของมารดาตั้งครรภ์ที่มีเศษ DNA ของทารกอยู่ภายใน เพื่อทำการตรวจ NIPT และ NIPPT เพื่อให้ได้ผลการตรวจที่มีความแม่นยำและรักษาคุณภาพสิ่งส่งตรวจได้ดีที่สุด
ข้อห้ามในการเก็บเลือดเพื่อส่งตรวจ NIPT และ NIPPT
1. ห้ามปั่น
สาเหตุหลักที่ ห้ามนำหลอดเลือดไปปั่นแยก (Centrifuge) ก่อนการขนส่ง มีเหตุผลดังนี้
เสี่ยงต่อการแตกของเม็ดเลือดขาวของมารดา ทำให้ผลล้มเหลว
เมื่อนำเลือดไปปั่น แรงเหวี่ยงจากการปั่น ยิ่งถ้าปั่นแล้วเก็บไว้นาน หรือปั่นด้วยความเร็วที่ไม่ถูกต้อง เซลล์เม็ดเลือดขาวของมารดาจะแตกออก ทำให้ DNA ของแม่ แตกออกจากเซลล์และปะปนในพลาสมา ซึ่งจะไป “เจือจาง” สัดส่วน DNA ของทารกจนต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ (Low Fetal Fraction) ทำให้เครื่องอ่านผลไม่สามารถวิเคราะห์ได้ (เกิดผล Test Failure หรือ No Call) จนต้องเรียกคนไข้มาเจาะเลือดซ้ำ
ทำลายการทำงานของสารคงสภาพ
หลอดเก็บเลือดสำหรับ NIPT และ NIPPT จะมีสารรักษาสภาพเซลล์เฉพาะ (Cell-stabilizing reagent) เคลือบอยู่ เพื่อป้องกันผนังเซลล์เม็ดเลือดของแม่ไม่ให้แตกและคงสภาพ DNA ไม่ให้ย่อยสลายได้นาน 5–7 วันที่อุณหภูมิห้อง การนำหลอดไปปั่นแยกชั้นทันทีหลังเจาะ จะทำให้เม็ดเลือดถูกเหวี่ยงลงด้านล่าง แยกออกจากน้ำยาคงสภาพ ทำให้เซลล์ที่ตกลงไปก้นหลอดขาดสารปกป้อง และเสื่อมสภาพเร็วขึ้นระหว่างการขนส่ง
ปัญหาการเกาะตัวและการเดินทาง
หากปั่นแยกชั้นเลือดแล้วทำการขนส่งด้วยรถยนต์ แรงสั่นสะเทือนระหว่างเดินทางจะทำให้ชั้นเม็ดเลือดแดงและพลาสมาที่ปั่นแยกไว้ กลับมาตีผสมกันใหม่ (Resuspend) ซึ่งจะเร่งให้เกิดการแตกของเม็ดเลือดแดง (Hemolysis) และเม็ดเลือดขาวมากกว่าปกติ
นอกจากนี้ หลอด BCT ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ปั่นแล้วแช่แข็งเหมือนหลอดเลือดทั่วไป การปั่นแล้วตั้งทิ้งไว้โดยไม่ดูดพลาสมาออกทันทีในห้องปฏิบัติการ จะทำให้คุณภาพของ DNA แย่ลงอย่างรวดเร็ว
2. ห้ามแช่ตู้เย็น / ห้ามแช่แข็ง
ห้ามแช่แข็งเด็ดขาด เพราะจะทำให้ “เซลล์เม็ดเลือดของแม่แตก (Hemolysis/Cell Lysis)” ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความถูกต้องของผลตรวจ
เกิดเกล็ดน้ำแข็งทำลายเซลล์เม็ดเลือดของคุณแม่
เมื่อนำหลอดเลือดไปแช่แข็ง น้ำภายในเซลล์จะขยายตัวเป็นผลึกน้ำแข็ง ทิ่มแทงผนังเซลล์ให้แตกออก (Cell Lysis) ส่งผลให้ดีเอ็นเอของคุณแม่ (Maternal DNA) ที่อยู่ภายในนิวเคลียสของเม็ดเลือดขาวจะทะลักออกมาปะปนกับน้ำเลือด (Plasma) จนเจือจางให้สัดส่วนดีเอ็นเอของทารกต่ำลงจนต่ำกว่าเกณฑ์ที่เครื่องวิเคราะห์จะตรวจจับได้ ทำให้เกิดภาวะ No Call (ออกผลไม่ได้) หรืออาจเสี่ยงต่อการแปลผลคลาดเคลื่อนจนต้องเจาะเลือดคุณแม่ส่งตรวจใหม่
3. ห้ามเขย่าหลอดเลือด
ด้วยเหตุผลเดียวกันกับด้านบน คือการเขย่าหลอดเลือด ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวของมารดามีโอกาสแตก ทำให้เจือจางปริมาณ DNA ของลูกที่ลอยในเลือดแม่ได้เช่นกัน แนะนำให้พลิกผสมเลือดอย่างนุ่มนวล 8-10 ครั้ง เพื่อให้เกิดการผสมระหว่างเลือดกับสารที่เคลือบไว้ในหลอดเลือดอย่างเหมาะสม
4. ห้ามเจาะเลือดด้วยเข็มขนาดเล็กเกินไป หรือดึงเลือดออกเร็วเกินไป
ด้วยเหตุผลเดียวกันกับด้านบน คือเจาะเลือดด้วยเข็มที่มีขนาดเล็ก จะทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวของมารดามีโอกาสแตก ทำให้เจือจางปริมาณ DNA ของลูกที่ลอยในเลือดแม่ได้เช่นกัน ควรใช้เข็มขนาดมาตรฐาน (เบอร์ 21G หรือ 22G เป็นอย่างน้อย) การใช้เข็มเล็กเกินไปหรือออกแรงดึงก้านไซริงค์เร็วเกินไปจะทำให้เม็ดเลือดแตกตั้งแต่ขั้นตอนเจาะ
ข้อพึงปฏิบัติในการเก็บเลือดเพื่อส่งตรวจ NIPT และ NIPPT
1. พลิกผสมเลือดในหลอดทันทีอย่างนุ่มนวล
ทันทีที่เจาะเลือดเสร็จ ให้ พลิกหลอดเลือดกลับหัวขึ้น-ลงช้าๆ และนุ่มนวลประมาณ 8–10 ครั้ง เพื่อให้สารกันเลือดแข็งตัวและสารคงสภาพเซลล์ผสมกับเลือดอย่างทั่วถึง ช่วยป้องกันการแข็งตัวของเลือดและรักษาสภาพเซลล์อย่างมีประสิทธิภาพ
2. การจัดเก็บและการขนส่งที่อุณหภูมิห้อง (16°C – 30°C)
ตัวอย่างเลือดในหลอด BCT สามารถเก็บรักษาที่ อุณหภูมิห้อง ได้สูงสุดตามระยะเวลาที่ผู้ผลิตหลอดกำหนด (โดยทั่วไปคือ 5–7 วัน) ควรวางหลอดเลือดในแนวตั้ง และส่งถึงห้องปฏิบัติการเพื่อทำการปั่นแยกพลาสมาให้เร็วที่สุด (แนะนำให้จัดส่งภายใน 24–48 ชั่วโมงเพื่อคุณภาพสูงสุด)
3. การเตรียมตัวของผู้ป่วย (ข้อแนะนําพิเศษ)
หญิงตั้งครรภ์ ไม่ต้องงดน้ำและอาหาร (No fasting required) ก่อนเจาะเลือด และควรดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนให้สบาย เพื่อให้การเจาะเลือดและเส้นเลือดไหลเวียนได้ง่าย

ข้อควรปฏิบัติ และ ข้อห้ามของการเจาะเลือดตรวจ NIPT และ NIPPT

