โดย กองบรรณาธิการ HealthSmile | อ้างอิง American Cancer Society (ACS)
เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา สมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกา (American Cancer Society หรือ ACS) ได้ประกาศ อัปเดตคำแนะนำใหม่สำหรับแนวทางการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ผู้หญิงทุกคนควรรู้
จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่ามะเร็งปากมดลูกยังคงเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 4 ของผู้หญิงทั่วโลก และมีการคาดการณ์ว่าตัวเลขผู้ป่วยอาจพุ่งสูงขึ้นเกือบ 57% ภายในปี 2050 หากไม่มีการป้องกันที่ดีพอ
เพื่อให้คุณผู้หญิงได้วางแผนสุขภาพอย่างถูกต้อง HealthSmile สรุป 3 ประเด็นสำคัญที่เปลี่ยนแปลงไปในแนวทางใหม่นี้มาฝากค่ะ
1. เปลี่ยน “อายุที่เริ่มตรวจ” ให้เร็วขึ้น เป็นอายุ 25 ปี
ในอดีตคำแนะนำอาจจะให้เริ่มตรวจที่อายุ 21 ปี หรือ 30 ปี แตกต่างกันไปตามวิธีตรวจ แต่แนวทางใหม่จาก ACS ระบุชัดเจนว่า ผู้หญิงที่มีความเสี่ยงระดับปกติ ควรเริ่มเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่อายุ 25 ปี
การขยับช่วงอายุและวิธีการตรวจนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับธรรมชาติของการติดเชื้อ HPV ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก และเพื่อประสิทธิภาพในการป้องกันโรคในระยะยาว
1. ตรวจตั้งแต่อายุ 25 ปี
2. ยอมรับการ “เก็บตัวอย่างด้วยตัวเอง” (HPV Self-Sampling)
นี่คือข่าวดีสำหรับสาวๆ ที่เขินอายหรือไม่สะดวกขึ้นขาหยั่ง! แนวทางใหม่นี้ระบุว่า การใช้ชุดตรวจ HPV แบบเก็บตัวอย่างด้วยตัวเอง (Self-collected HPV kit) ที่ผ่านการรับรองจาก FDA เป็นทางเลือกที่สามารถทำได้ แต่จะเป็นแบบไม้สวอป (Swab) หรือจากแปรง (Brush) ที่ออกแบบมาเท่านั้น การเก็บจากปัสสาวะยังไม่ได้รับการยืนยันว่ามีประสิทธิภาพค่ะ
ข้อดีของการตรวจเอง:
-
สะดวกและเป็นส่วนตัว: สามารถเก็บตัวอย่างได้เองที่บ้าน หรือจะเข้าไปรับการตรวจที่คลินิกก็ได้ โดยไม่ต้องขึ้นขาหยั่งให้แพทย์ตรวจภายใน
-
เข้าถึงง่าย: ช่วยให้ผู้หญิงที่กังวลเรื่องการเดินทางหรือความเขินอาย เข้าถึงการคัดกรองได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า:
-
การตรวจแบบนี้คือการหาเชื้อ HPV (ไวรัสที่เป็นสาเหตุของมะเร็ง) หากผลออกมาเป็น “บวก” คุณยังจำเป็นต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจภายในหรือตรวจ Pap smear เพื่อดูความผิดปกติของเซลล์ยืนยันอีกครั้ง
-
ต้องทำตามคู่มือการเก็บตัวอย่างอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำที่สุด
2. เก็บตัวอย่างด้วยตนเองได้ (ด้วยไม่สวอป หรือ แปรงเท่านั้น ไม่รวมปัสสาวะ)
3. ความถี่ในการตรวจ และ อายุที่สามารถหยุดตรวจได้
ในอดีตเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า การตรวจ Pap smear เป็นวิธีที่ดีในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แต่เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีการตรวจหาเชื้อ HPV ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกนั้นพัฒนาขึ้นมาก สามารถตรวจเพื่อคัดกรองกลุ่มหญิงที่มีความเสี่ยงได้ดีกว่าการตรวจ Pap smear แบบดั้งเดิม ในราคาที่ถูกลง ดังนั้นแนวทางใหม่จึงได้ปรับรายละเอียดเรื่องแนวทางการตรวจ และความถี่ให้เหมาะสมกับวิธีการตรวจ ดังนี้:
-
หากแพทย์เป็นผู้เก็บสิ่งส่งตรวจให้
-
หากตรวจหาเชื้อ HPV (อาจจะเก็บ Pap smear หรือ ไม่เก็บ Pap smear ด้วย แต่เก็บโดยแพทย์): แนะนำให้ตรวจทุก 5 ปี
- หากตรวจแค่ Pap smear เฉยๆ โดยไม่ได้ตรวจหาเชื้อ HPV : แนะนำให้ตรวจทุก 3 ปี
-
-
หากเก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตนเอง เพื่อตรวจหาเชื้อ HPV : แนะนำให้ตรวจทุก 3 ปี
-
ทั้งแพทย์เก็บให้ และเก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตนเอง อายุที่หยุดตรวจได้ : ACS ได้อัปเดตข้อกำหนดสำหรับผู้หญิงอายุ 65 ปี ขึ้นไป ว่าสามารถหยุดตรวจคัดกรองได้ หากผลการตรวจในอดีตเป็นปกติต่อเนื่องตามเกณฑ์ที่กำหนด
3. เก็บตรวจหาเชื้อ HPV ด้วยตนเองได้ : กรณีผลตรวจปกติให้ตรวจทุก 3 ปีก็เพียงพอ ไม่ต้องตรวจทุกปี
ขยายความ: เมื่อไหร่ถึง “หยุด” ตรวจได้? และทำไมถึงห้ามละเลยการหาหมอประจำปี
ต่อจากเรื่องอายุที่เริ่มตรวจและวิธีการตรวจแบบใหม่ อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ ACS ระบุไว้ชัดเจนขึ้นคือ “เราจะหยุดตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้เมื่อไหร่?”
* หยุดตรวจได้ที่อายุ 65 ปี… แต่ต้องผ่านเกณฑ์เหล่านี้!
หลายคนเข้าใจผิดว่าพออายุ 65 ปุ๊บ ก็เลิกตรวจได้ปั๊บ แต่ความจริงแล้วคุณผู้หญิงจะหยุดตรวจได้อย่างปลอดภัยก็ต่อเมื่อ
-
มีประวัติการตรวจสม่ำเสมอ : คุณได้รับการตรวจคัดกรองทุก 3-5 ปี มาโดยตลอด
-
ผลตรวจปกติอย่างต่อเนื่อง:
-
หากใช้วิธีตรวจหาเชื้อ HPV (หรือ Pap+HPV): ผลต้องปกติใน 2 ครั้งล่าสุด
-
หากใช้วิธีตรวจ Pap Smear เพียงอย่างเดียว: ผลต้องปกติใน 3 ครั้งล่าสุด
-
เหตุผล : หากคุณผู้หญิงมีประวัติกการตรวจที่ปกติมาจนถึงวัย 65 ปี โอกาสที่จะเกิดการติดเชื้อ HPV ใหม่และพัฒนาไปเป็นมะเร็งนั้นมีต่ำมาก การหยุดตรวจจึงช่วยลดความกังวลและการตรวจที่เกินความจำเป็น (Over-screening) ลงได้ค่ะ
* อย่าสับสน! “ไม่ต้องตรวจมะเร็งปากมดลูก” ไม่ได้แปลว่า “ไม่ต้องหาหมอ”
นี่คือสิ่งที่ผู้หญิงหลายคนมักเข้าใจผิดค่ะ “การตรวจ Pap Smear หรือ HPV เป็นแค่ส่วนหนึ่งของการเช็กสุขภาพ ไม่ใช่ทั้งหมด” ดังนั้น แม้ว่าปีนั้นๆ คุณจะยังไม่ถึงรอบการตรวจมะเร็งปากมดลูก (เช่น ตรวจไปแล้วเมื่อปีก่อน และผลปกติ) หรืออายุยังไม่ถึง 25 ปี คุณยังจำเป็นต้องไปพบสูตินารีแพทย์ทุกปี (Annual Wellness Visit) เพื่อ:
-
ตรวจภายใน (Pelvic Exam): เพื่อดูความปกติของมดลูกและรังไข่
-
ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs): เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพทางเพศ
-
ตรวจเต้านม: เพื่อเฝ้าระวังมะเร็งเต้านม
“อย่ารอให้ถึงรอบตรวจมะเร็งปากมดลูกแล้วค่อยไปหาหมอ การตรวจสุขภาพประจำปีคือหัวใจสำคัญของการดูแลตัวเอง”
* สิ่งที่ดีที่สุดในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก คือ วัคซีน + การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
เราสามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกลงได้อย่างมหาศาล หากเราทำ 2 สิ่งนี้คู่กันค่ะ
-
การป้องกัน: ด้วยการฉีดวัคซีน HPV (HPV Vaccine) ปัจจุบันในประเทศไทยมีวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกทั้งประเภท 2 , 4 , 9 สายพันธุ์ ให้บริการ โดยแต่ละสถานพยาบาลก็จะมีราคาแตกต่างกัน
นอกจากนี้ยังมีการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกฟรี เป็นโครงการ มาเป็นครั้งๆค่ะ ต้องลองติดตามตามเพจต่างๆของรัฐ เช่น สำนักอนามัย , โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน , มหาวิทยาลัยต่างๆ เป็นต้น หรือทาง กรมประชาสัมพันธ์ -
การตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ : ไม่ว่าจะเป็นการตรวจ PAP, HPV หรือ PAP+HPV โดยแพทย์ หรือ ตรวจ HPV ด้วยการเก็บตัวอย่างด้วยตัวเอง
การอัปเดตความรู้เรื่องแนวทางใหม่ๆ ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจเรื่องสุขภาพได้ดีขึ้น ลดความกังวล และดูแลตัวเองได้อย่างตรงจุดค่ะ
บทสรุปจากผู้เชี่ยวชาญ: เลือกแบบไหนดี?
นพ. เจสัน ไนท์ (Dr. Jason Knight) ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งนรีเวช อธิบายว่า แม้การตรวจ Pap smear จะเป็นวิธีมาตรฐานมายาวนาน แต่ปัจจุบันการตรวจหาเชื้อ HPV (HPV Testing) นั้นได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าในการระบุความเสี่ยง
“การตรวจหาเชื้อ HPV เพียงอย่างเดียว (Primary HPV testing) เป็นวิธีที่ ACS แนะนำเป็นอันดับแรกสำหรับผู้ที่มีอายุ 25-65 ปี แต่การจะเลือกใช้วิธีไหน ไม่ว่าจะเป็นการให้แพทย์ตรวจ หรือเก็บตัวอย่างเองที่บ้าน ควรปรึกษาและตัดสินใจร่วมกับแพทย์เพื่อให้เหมาะกับสุขภาพของคุณที่สุด”
ที่ HealthSmile เราเชื่อว่า “การรู้ก่อน คือการป้องกันที่ดีที่สุด“ ไม่ว่าคุณจะเลือกวิธีไหน สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นตรวจคัดกรองตามเกณฑ์อายุ เพื่อสุขภาพที่ดีและความมั่นใจในการใช้ชีวิตค่ะ
HealthSmile ขอเสนอการตรวจ HPV ตรวจเองที่บ้านได้ แม่นยำกว่าที่เคย ดูแลตัวเองตามแนวทางใหม่ปี 2025 ด้วย HealthSmile HPV Self Test ชุดตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยตัวเองที่ออกแบบมาเพื่อผู้หญิงไทยโดยเฉพาะ
-
ละเอียดกว่า: รายงานผลแยกรายสายพันธุ์ (Genotyping) ครบทั้ง 15 สายพันธุ์
-
มั่นใจกว่า: ไม่ทิ้งให้เคว้ง เพราะเรามีทีมแพทย์ให้คำปรึกษา
-
ครอบคลุมกว่า: รองรับการตรวจหาเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เพิ่มเติมได้ 7-15 เชื้อ (Add-on) เช่น หนองในแท้ หนองในเทียม แบคทีเรียในช่องคลอด ฯลฯ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
🔥 โปรโมชั่นพิเศษเพียง 1,200 บาท ส่งถึงหน้าบ้าน เป็นความลับ ส่วนตัวสุดๆ 👉 [คลิกเพื่อสั่งซื้อ] พร้อมจัดส่งฟรีถึงบ้าน
ที่มาของข้อมูล: Medical News Today, American Cancer Society (Dec 4, 2025) : https://acsjournals.onlinelibrary.wiley.com/doi/10.3322/caac.70041

