0

การตรวจหาแอนติบอดีหลังจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19

การตรวจหาแอนติบอดีหลังจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19


2021-06-09 09:43:58

การตรวจหาแอนติบอดีหลังจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 

5 ก.พ. 64


การตรวจหาแอนติบอดีของโรคโควิด-19 (COVID-19 Antibody test) จะให้ข้อมูลสุขภาพสำคัญที่แตกต่างจากการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ได้ (COVID-19 RT-PCR) ซึ่งการตรวจหาแอนติบอดีเป็นวิธีที่ช่วยยืนยันผลได้สำหรับผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด-19 มาก่อน แต่ก็มีข้อจำกัดในบางคนที่ร่างกายไม่สามารถสร้างแอนติบอดีชนิด IgG ได้หลังจากติดเชื้อโรคโควิด-19 โดยมีข้อแตกต่างกันดังนี้

  • การตรวจหาแอนติบอดีของโรคโควิด-19 (COVID-19 Antibody test) เป็นการตรวจหาภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อเชื้อไวรัส COVID-19 ซึ่งใช้บอกได้ว่า “เคยติดเชื้อ” หรือ “เคยได้รับวัคซีนมาก่อน” หรือไม่
  • การตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR (COVID-19 RT-PCR) เป็นวิธีมาตรฐานที่สุด ณ ปัจจุบัน ในการบอกว่าตอนนี้ผู้เข้ารับการตรวจ มีการติดเชื้อ COVID-19 อยู่หรือไม่


ปัจจุบันการตรวจหาแอนติบอดีต่อโควิด-19 (COVID-19 Antibody test) ได้ใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบว่า วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 สามารถกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในร่ายกายได้เพียงพอหรือไม่ ซึ่งหากเป็นการตรวจคัดกรองโดยทั่วๆไปก็จะให้ผลการตรวจที่เป็นบวกหรือลบซึ่งไม่มีความแม่นยำมากนัก แต่หากต้องการทราบว่าคุณมีระดับ (หรือปริมาณ) ของแอนติบอดีต่อต้านเชื้อโควิด-19 อยู่เท่าไรก็สามารถทำได้ ซึ่งการทดสอบนี้เรียกว่า “การตรวจหาแอนติบอดีต่อวัคซีน (COVID-19 vaccine antibody test)


ข้อมูลข้างล่างนี้ เราได้จัดทำคำแนะนำสำหรับผู้ป่วย ซึ่งได้ตอบคำถามต่างๆที่พบบ่อย ได้รวบรวมข้อมูลจากงานวิจัยต่าง ๆในปัจจุบัน และได้ให้ข้อมูลทั้งหมดที่คุณต้องการเกี่ยวกับการตรวจหาแอนติบอดีของโรคโควิด-19 ซึ่งเราหวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคุณได้


การตรวจหาแอนติบอดีหลังจากการสัมผัสเชื้อโควิด-19


ฉันควรตรวจเมื่อไร?

แอนติบอดีชนิด IgG สามารถตรวจพบภายในช่วงเวลา 24-28 วันหลังการติดเชื้อได้


ฉันเคยติดเชื้อโควิด-19 (จากการตรวจ RT-PCR) แต่ผลตรวจภูมิคุ้มกัน (Antibody) เป็นลบ เป็นไปได้อย่างไร?

ไม่ใช่ทุกคนที่ติดเชื้อโควิด-19 จะพัฒนาแอนติบอดีชนิด IgG ได้ ซึ่งการจะสร้างภูมิคุ้มกันได้นั้นขึ้นอยู่กับปริมาณไวรัส (ปริมาณไวรัสที่คุณสัมผัส) รวมถึงความแข็งแรงของการตอบสนองภูมิคุ้มกันหลัก และปัจจัยทางสรีรวิทยาอื่นๆร่วมด้วย


แอนติบอดีอยู่ในร่างกายได้นานแค่ไหน?

จากการศึกษาในประเทศสเปน มีจำนวนผู้เข้าร่วมทดลองทั้งหมด 70,000 คน พบว่าประมาณ 14-15% ของผู้เข้าร่วมได้หลั่งแอนติบอดีออกมาทั้งหมดภายในระยะเวลา 2 เดือน โดยระดับแอนติบอดีลดลงภายในระยะเวลา 3-9 เดือน ซึ่งการค้นพบนี้สอดคล้องกับงานวิจัยโดยมหาวิทยาลัย King’s College ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า T cells (เซลล์เม็ดเลือดขาวที่สำคัญชนิดหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกัน) มีบทบาทสำคัญเช่นกัน ซึ่ง T cell memory จะทำงานได้อย่างรวดเร็วขึ้นหลังจากที่มีการหลั่งของแอนติบอดีชนิด IgG ขึ้นมา




การตรวจหาแอนติบอดีหลังจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19


ฉันควรตรวจหาแอนติบอดีหลังจากการฉีดวัคซีนเมื่อไร?

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการตรวจคือ 28-35 วันหลังจากการฉีดโดสที่สอง แม้ว่าคุณจะสามารถตรวจหาแอนติบอดีได้หลังจากการฉีดโดสแรก แต่เรายังไม่สามารถบอกได้ว่ามีการตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกันที่เพียงพอหรือไม่ 

หากคุณต้องการที่จะได้รับการตรวจหาแอนติบอดีหลังการฉีดวัคซีนโดสแรก แม้ว่าบริษัทของเราจะยินดีที่จะตรวจให้กับคุณ แต่คุณควรทราบว่ายังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนในการตรวจพบแอนติบอดีหลังจากการฉีกโดสแรกได้


ตามรายงานที่เผยแพร่โดยบริษัท AstraZeneca ในวารสารการแพทย์ Lancet การฉีดวัคซีนเพียงครั้งเดียวส่งผลให้แอนติบอดีเพิ่มขึ้นสี่เท่าและได้จัดการกับ Spike protein ของไวรัส SARS-CoV-2 ใน 95% ของผู้เข้าร่วมการทดลองหลังการฉีดภายในหนึ่งเดือน ซึ่งผู้เข้าร่วมทุกคนได้มีการตอบสนองของ T-cells ที่มีจุดสูงสุดในช่วงวันที่ 14 และยังคงไว้ 2 เดือนหลังการฉีด แอนติบอดีที่สามารถทำลายฤทธิ์ของเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 พบได้ใน 91% ของผู้เข้าร่วมหลังจากหนึ่งเดือนของการฉีดวัคซีนโดสแรก และใน 100% ของผู้เข้าร่วมหลังจากการวัคซีนโดสที่สอง ผู้เข้าร่วมที่ได้รับวัคซีนไม่ว่าหนึ่งหรือสองโดสจะมีระดับของแอนติบอดีที่สามารถทำลายฤทธิ์ของเชื้อโรคได้อยู่ในช่วงใกล้เคียงกับที่ผู้ป่วยโควิด-19 ที่กำลังหาย


ดังนั้นหากคุณตัดสินใจที่จะตรวจหาแอนติบอดีหลังจากได้รับวัคซีน AstraZeneca โดสแรก คุณควรเข้ามารับการตรวจหลังจากการฉีดวัคซีนได้หนึ่งเดือน


เรามีข้อมูลที่จำกัดมากเกี่ยวกับการตรวจหาแอนติบอดีหลังจากได้รับวัคซีน Pfizer หรือ Moderna ในโดสแรก


คุณใช้อะไรในการตรวจหาแอนติบอดี และผลลัพธ์นั้นคืออะไร?

เราใช้การตรวจหาแอนติบอดีเชิงปริมาณของ NHealth สำหรับผู้ที่ต้องการวัดการตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกันหลังจากการฉีดวัคซีน โดยสามารถบอกปริมาณของแอนติบอดีที่ร่างกายคุณมีได้ ซึ่งแตกต่างจากการตรวจแบบ Rapid test ตามคลินิกเทคนิคการแพทย์ทั่วๆไปที่ตามมาตรฐานทางการแพทย์ยังไม่แนะนำให้ใช้ชุดตรวจ Rapid test ซึ่งจะบอกได้เป็นค่าบวก/ลบเฉยๆ และไม่สามารถบอกปริมาณแอนติบอดีได้


การตรวจหาแอนติบอดีเชิงปริมาณของ NHealth นั้นค่อนข้างมีประสิทธิภาพมากเพราะนอกจากที่จะแสดงผลเป็นบวกหรือลบแล้ว ก็ยังสามารถแสดงปริมาณจำนวนของแอนติบอดี ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการตรวจหาด้วยเช่นกัน


การตรวจของ NHealth นั้นมีความไวในการตรวจพบ (Sensitivity) สูง 98.8% และความเฉพาะเจาะจง (specificity) สูงมากถึง 99.98% แสดงให้เห็นข้อมูลต่างๆของภูมิคุ้มกันของคุณต่อ COVID-19 ได้ดีมาก หลังจาก 28 วันของการฉีดวัคซีน


อย่างไรก็ดี ยังคงมีข้อจำกัดของการตรวจภูมิคุ้มกันนี้ เพราะการตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนนั้นค่อนข้างมีหลายทิศทาง ซึ่งบางครั้งการตอบสนองก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับของแอนติบอดีชนิด IgG เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ดังนั้นแม้ว่าแอนติบอดีของคุณจะอยู่ในเกณฑ์สูงสามารถป้องกันโรคได้ แต่หากว่าคุณได้รับเชื้อปริมาณมาก หรือร่างกายอ่อนแอ หรือมีโรคประจำตัวหรือโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ก็ยังอาจจะทำให้คุณติดเชื้อได้เช่นกัน


คุณสามารถบอกได้หรือไม่ว่าจากการฉีดวัคซีนแต่ละชนิดนั้นต้องมีประมาณแอนติบอดีเท่าไร ถึงมีประสิทธิภาพและได้ผล?

แอนติบอดีที่มีปริมาณมากพอจะสามารถทำลายฤทธิ์ของเชื้อโควิด-19 ได้  และ T cell memory มีบทบาทสำคัญในการตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกันและการป้องกันไวรัสหลังการฉีดวัคซีน การตรวจวัดภูมิคุ้มกันเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดการติดเชื้ออุบัติใหม่เช่น SARS-COV-2 ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ยังคงศึกษาว่าอะไรคือสิ่งที่ก่อให้เกิดการตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นในปัจจุบันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่จะระบุได้ว่าการตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกันที่เกิดจากวัคซีนที่ดีนั้นจะมีลักษณะอย่างไรและยังไม่ทราบแน่ชัดว่าแอนติบอดีควรปริมาณเท่าใดที่สามารถป้องกันเชื้อโรคได้


อีกหนึ่งความท้าทายที่สำคัญคือยังไม่มีการตรวจวัดผลที่เป็นมาตรฐานทั่วโลก ห้องปฏิบัติการแต่ละห้องได้ใช้ Immunoassay หลายประเภทเพื่อวัดการตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกัน มีวิธีการทดสอบที่ศึกษาในห้องปฏิบัติการต่างๆอย่างหลากหลายทั่วโลก และปัจจุบันก็ยังไม่มีค่าที่กำหนดอย่างชัดเจนสำหรับการตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกันในการป้องกันเชื้อโรค ซึ่งต่อมาได้มีการกำหนดมาตรฐานของการตรวจวิเคราะห์ ทำให้แวดวงนักวิทยาศาสตร์สามารถสร้างความเข้าใจได้มากขึ้นต่อการตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกันต่อไวรัส SARS-COV-2 (ชื่อจริงของไวรัสที่ก่อเชื้อ COVID-19) และนำไปใช้พัฒนาวัคซีนและวิธีการรักษาผู้ป่วยจากโรคโควิด-19 ต่อไปในอนาคต


สรุปได้ว่า การตรวจของเราสามารถบอกได้ว่าคุณมีแอนติบอดีต่อโรคโควิด-19 หรือไม่ และจำนวนเท่าใด แต่เรายังไม่มีข้อมูลที่สามารถบอกได้ว่าในปริมาณวัคซีนที่ได้รับจะทำให้คุณมีระดับแอนติบอดีเท่าไร ที่ถือว่ามีการตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันที่สามารถป้องกันไวรัสได้


คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าแอนติบอดีที่ฉันมี เกิดจากการที่ฉันติดเชื้อโควิด-19มาก่อน หรือเกิดการที่ฉันได้รับวัคซีน?

เราไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างแอนติบอดีที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในอดีต กับแอนติบอดีที่เกิดขึ้นหลังจากการฉีดวัคซีนของคุณ ซึ่งหากคุณเคยติดเชื้อโควิด-19 มาก่อน คุณควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ของเราทราบ


หลังฉันได้รับวัคซีนโดสที่สองเมื่อ 28 วันที่แล้ว แต่ผลตรวจของฉันกลับเป็นลบ - เป็นไปได้อย่างไร?

ไม่มีวัคซีนใดได้ผล 100% และเป็นไปได้ว่าคุณไม่มีภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อวัคซีนนั้น ๆ


วัคซีน AstraZeneca


วัคซีน AstraZeneca เป็นการฉีดวัคซีนที่ใช้ adenoviral vector-based นักวิจัยได้นำยีน Covid-19 spike proteins ทำการดัดแปลงให้เป็นไวรัสที่ไม่เป็นอันตรายเพื่อทำการฉีด


เมื่อได้รับการฉีดวัคซีนแล้วการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันจะถูกสร้างขึ้นโดย B cells ที่ล็อคเข้ากับ Spike proteins ซึ่งจากนั้นด้วยความช่วยเหลือของ T cells จะเริ่มแพร่กระจาย และหลั่งแอนติบอดีที่สามารถทำลายฤทธิ์ของเชื้อโรคได้ ซึ่งกำหนดเป้าหมายไปที่ Spike proteins


การทดลองทางคลินิกแสดงให้เห็นว่าการฉีดวัคซีนนี้มีอัตราประสิทธิภาพเฉลี่ย 70% (ตั้งแต่ 62-90%) ซึ่งวัคซีน Oxford-AstraZeneca ต้องใช้สองโดส โดยให้ห่างกันสี่สัปดาห์เพื่อสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงเพื่อต่อสู้กับเชื้อไวรัสโควิด-19


วัคซีน Pfizer และ Moderna


วัคซีน Pfizer-BioNTech และ Moderna ใช้สารพันธุกรรมของ messenger RNA ที่ส่งข้อมูลไปยังเซลล์ของเรา เพื่อสร้าง Spike proteins เมื่อโมเลกุลของเซลล์อ่านลำดับของ mRNA และสร้างเป็น Spike proteins ขึ้นมาแล้ว mRNA จะถูกกำจัดไป 


T cells รับรู้ว่า Spike proteins เป็นสิ่งแปลกปลอม ซึ่งจะส่งสัญญาณเตือนไปยังเซลล์ภูมิคุ้มกันอื่น ๆ เช่น B cells ซึ่ง B cells จะถูกกระตุ้นด้วย helper T cells ให้สร้างแอนติบอดีที่กำหนดเป้าหมายไปที่ spike proteins ของไวรัส


วัคซีน Pfizer-BioNTech ต้องฉีดสองโดส โดยให้ห่างกัน 21 วัน ซึ่งมีรายงานว่าการทดลองวัคซีน mRNA ของทั้งสองบริษัทนี้มีประสิทธิภาพสูงกว่า 90%


วัคซีน Moderna mRNA-1273 ให้ฉีดจำนวนสองโดส (100 µg, 0.5 มล.) ห่างกัน 28 วัน และการฉีดโดสที่สองสามารถขยายเวลาออกไปได้ถึง 42 วันหากมีเหตุจำเป็น ซึ่งมีประสิทธิภาพโดยรวม 90-95%


หากฉันได้วัคซีนโควิด 19 โดสที่สองช้ากว่าที่ควรจะเป็น (ฉีดหลังจากโดสแรกนานกว่า 4 สัปดาห์) จะเป็นอะไรไหม?


บริษัท AstraZeneca ได้ทำการทดลองในสหราชอาณาจักรและประเทศบราซิล ซึ่งผู้เข้าร่วมการทดลองนั้นมีช่วงเวลาการรับโดสที่สองแตกต่างกัน การค้นพบแสดงให้เห็นว่าช่วงเวลาที่มากขึ้น (สองถึงสามเดือน) จะมีการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น แต่จำนวนผู้เข้าร่วมการทดลองโดยรวมมีน้อย


จากข้อมูลของหน่วยงาน Public Health England วัคซีน Oxford-AstraZeneca สามารถป้องกันเชื้อโรคได้อย่างมีนัยสำคัญ จากการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นเวลา 21 วันหลังจากได้รับวัคซีนโดสแรก และ 2 สัปดาห์หลังจากได้รับโดสที่สอง ได้ชี้ให้เห็นว่าการให้วัคซีนโดสแรกอาจช่วยป้องกันโรคโควิด-19 ขั้นรุนแรงได้ ซึ่งหน่วยงาน MHRA ยังระบุด้วยว่า แม้ว่าประสิทธิภาพที่ดีที่สุดจะเกิดขึ้นจากการให้วัคซีนทั้งสองโดส แต่วัคซีนทั้งสองชนิด "สามารถป้องเชื้อไวรัสได้ในระยะสั้น หลังจากได้รับวัคซีนเพียงโดสเดียว"


บทความที่ตีพิมพ์ใน New England Journal of Medicine ระบุว่าประสิทธิภาพของวัคซีน Pfizer-BioNTech อยู่ที่ 52.4% ในระหว่างโดสแรกและโดสที่สอง (ในช่วงเวลา 21 วัน)


PHE Green Book ได้ระบุว่า การป้องกันไวรัสในระยะสั้นสำหรับการฉีดวัคซีนนี้จะเริ่มหลังจาก 10 วันนับจากการฉีดโสดแรก เมื่อดูข้อมูลจากวันที่ 15 ถึง 21 ในการทดลองระยะที่ 3 พวกเขาได้คำนวณว่าประสิทธิภาพในการต่อต้านเชื้อไวรัสโควิด-19 จะอยู่ที่ประมาณ 89% อย่างไรก็ตาม บริษัท Pfizer ระบุว่า ยังไม่มีหลักฐานว่ามีประสิทธิภาพอย่างไรหลังจากการฉีดโดสแรกเกิน 21 วัน 


ภูมิคุ้มกันของฉันจะอยู่ได้นานแค่ไหน?

เนื่องจากการฉีดวัคซีนป้องโรคโควิด-19 ยังคงเป็นเรื่องใหม่ ทำให้นักวิจัยไม่สามารถทราบได้ว่าการป้องกันจะอยู่ได้นานแค่ไหน มีความเป็นไปได้ที่จำนวนแอนติบอดีอาจลดลงตามกาลเวลา แต่ระบบภูมิคุ้มกันก็ยังมีเซลล์พิเศษที่เรียกว่า memory B cells และ memory T cells ที่จะเก็บข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 ไว้ได้เป็นเวลาหลายปี การวิจัยล่าสุดชี้ให้เห็นว่าภูมิคุ้มกันอาจอยู่ได้นานเป็นเวลา 3-6 เดือน แต่สิ่งนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันและยังเร็วเกินไปที่จะบอกได้อย่างแน่ชัด




✅✅✅✅✅
สำหรับใครที่ฉีดวัคซีนครบสองเข็มแล้ว อยากทราบว่าภูมิขึ้นหรือไม่ ด้วยการตรวจ Spike protein (ไม่ใช่การตรวจ Rapid test ทั่วไป) สามารถสอบถามได้ตามช่องทางนี้เลยนะคะ
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
? Line ID : @Healthsmile
หรือคลิกได้ที่ลิงค์นี้
? โทร 0898749565


- ค่าตรวจภูมิคุ้มกัน COVID-19 (SARS-CoV-2 (COVID-19) Spike protein Antibody-Quantitative (CMIA)) หลังฉีดวัคซีน รวมค่าบริการทุกอย่างแล้ว 1,500 บาท

- ค่าตรวจการติดเชื้อ COVID-19 วิธีมาตรฐาน RT-PCR รวมค่าบริการทุกอย่างแล้ว 2,000 บาท (ต้องเข้ารับบริการตรวจที่ศูนย์ นนทบุรี เท่านั้น)


✅✅✅✅✅



อ้างอิง:

AstraZeneca PLC. COVID-19 vaccine AZD1222 showed robust immune responses in all participants in Phase I/II trial. (https://www.astrazeneca.com/media-centre/press-releases/2020/covid-19-vaccine-azd1222-showed-robust-immune-responses-in-all-participants-in-phase-i-ii-trial.html). Accessed January 2021
 AstraZeneca PLC. What does immunogenicity mean in the context of COVID-19 vaccines? (
https://www.astrazeneca.com/what-science-can-do/topics/disease-understanding/what-does-immunogenicity-mean-in-the-context-of-covid-19-vaccines.html). Accessed January 2021
Mahase, E. and Lacobucci, C. 2021. Covid-19 vaccination: What’s the evidence for extending the dosing interval?. Article 372:n18
 Corum, J. and Zimmer, C. 2021. How the Pfizer-BioNTech Vaccine Works. (
https://www.nytimes.com/interactive/2020/health/pfizer-biontech-covid-19-vaccine.html) Accessed January 2020.
 Cohn, A. and Mbaeyi, S.2020. What Clinicians Need to Know About the Pfizer-BioNTech COVID-19 Vaccine. (
https://www.cdc.gov/vaccines/covid-19/downloads/pfizer-biontech-vaccine-what-Clinicians-need-to-know.pdf). Accessed Jan 2021
 Covid 19 prevention network. The Science of COVID-19 Vaccines and Monoclonal Antibodies. (
https://www.coronaviruspreventionnetwork.org/coronavirus-vaccine-and-antibody-science/). Accessed January 2021
 Centers for disease control and prevention. 2021. Interim Clinical Considerations for Use of mRNA COVID-19 Vaccines Currently Authorized in the United States.  (
https://www.cdc.gov/vaccines/covid-19/info-by-product/clinical-considerations.html)
 Macdonald, A. 2020. COVID-19 Antibody Testing: S vs. N Protein. (
https://www.technologynetworks.com/diagnostics/blog/covid-19-antibody-testing-s-vs-n-protein-340327). Accessed on Jan 2021