0

อะไรคือสาเหตุของอาการใจสั่น

อะไรคือสาเหตุของอาการใจสั่น


2020-12-10 16:45:15

อาการใจสั่นเป็นอย่างไร

            อาการใจสั่น หรือใจหวิวคืออาการที่หัวใจของคุณมีการเต้นผิดจังหวะ อาจเต้นเบาเกินไป หรือแรงเกินไป   แม้ว่าอาการดังกล่าวอาจฟังดูน่ากลัว แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่อาการที่เป็นอันตราย การที่คุณทราบถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าวได้จะทำให้คุณไม่ตื่นตระหนกเมื่อเกิดอาการขึ้นและทราบว่าเมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์


1. เกิดจากความเครียดหรือความกังวล

            ความเครียดหรือความกังวลจะทำให้ฮอร์โมนที่มีผลเร่งการเต้นของหัวใจหลั่งออกมา  เพื่อให้ร่างกายพร้อมที่จะเผชิญความกลัว แม้จะไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่เป็นอันตรายก็ตาม หรือการเกิดโรคตื่นตระหนก (Panic attack) เมื่อเกิดความกลัว จะมีอาการแสดง เช่น ใจเต้นเร็ว เหงื่อแตก สั่น หายใจติดขัด และเจ็บหน้าอก ซึ่งโรคตื่นตระหนกนั้นใกล้เคียงกับโรคหัวใจ ดังนั้นหากไม่แน่ใจว่าเป็นโรคใด การพบแพทย์เพื่อใช้ยาในการรักษาเป็นสิ่งที่ควรทำ


2. การออกกำลังกาย

            การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ดี และเป็นสิ่งที่ทุกๆคนควรทำเป็นประจำ ขณะที่ออกกำลังกายเช่น การวิ่ง หรือ เข้าคลาสเวิร์คชอพต่างๆ หัวใจของคุณจะเต้นเร็วขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้ทัน บางครั้งหากคุณไม่ได้ออกกำลังกายมานานแล้วกลับมาออกอีกครั้ง หัวใจของคุณอาจทำงานหนักเกินไปจนกระทั่งเกิดอาการใจสั่น หรือเจ็บหน้าอกขณะออกกำลังกายได้ หรือในผู้ป่วยโรคหัวใจ หรือหัวใจเต้นผิวจังหวะอาการใจสั่นมักเกิดขึ้นเมื่อออกกำลังกายอย่างหนักเสมอ


3. การได้รับคาเฟอีน

            คาเฟอีนเป็นสารที่มีฤทธิ์กระตุ้นการเต้นของหัวใจ นอกจากกาแฟแล้ว คาเฟอีนยังพบจากอาหารหรือเครื่องดื่มอื่นๆได้อีกเช่น ชา ช็อคโกแลต โซดา เครื่องดื่มชูกำลังต่างๆเป็นต้น มีงานวิจัยเกี่ยวกับคาเฟอีนว่าไม่มีปัญหาทำให้เกิดอาการใจสั่นในคนปกติ แต่อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญยังคงเชื่อว่าคาเฟอีนยังคงทำให้เกิดอาการใจสั่นในผู้ป่วยโรคหัวใจได้


4. การได้รับนิโคติน

            นิโคตินเป็นสารที่พบได้ในบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบอื่นๆ มีฤทธิ์เพิ่มความดันโลหิตและกระตุ้นการเต้นของหัวใจ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด การเลิกบุหรี่เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติในผู้ที่ยังสูบบุหรี่ทุกๆคน แต่อัตราการเต้นของหัวใจจะยังไม่ลดลงในทันที บางคนอาจเกิดอาการใจสั่นได้ เนื่องจากเป็นหนึ่งในอาการถอนบุหรี่ แต่อาการดังกล่าวจะหายไปใน 3 – 4 สัปดาห์หลังจากที่เลิกบุหรี่ ในระหว่างนั้นทางการแพทย์มีตัวช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวหลายอย่างเช่น หมากฝรั่งนิโคติน แผ่นแปะนิโคติน ที่จะช่วยทดแทนนิโคตินจากบุหรี่ได้


5. การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

            คุณผู้หญิงอาจสังเกตุได้ว่าขณะที่มีประจำเดือน ตั้งครรภ์ ใกล้เข้าสู่วัยทอง หรือในช่วงวัยทอง หัวใจของคุณอาจเต้นเร็วขึ้นในบางครั้ง เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งไม่มีอะไรน่ากังวลเพราะอาการใจสั่นดังกล่าวจะเกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้น เมื่อฮอร์โมนกลับสู่ระดับปกติ อาการดังกล่าวจะหายไปได้เอง หรือในหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางมักมีอาการใจสั่นเกิดขึ้นเนื่องจากปริมาณเม็ดเลือดแดงน้อยลง ทำให้ขนส่งอกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆขอร่างกายได้ไม่ทัน



6. การมีไข้

            การมีไข้มากกว่า 37°C เป็นหนึ่งในสภาวะที่เกิดขึ้นบ่อยเมื่อคุณป่วย ทำให้ร่างกายใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อต่อสู้กับความเจ็บป่วย หัวใจจึงทำงานหนักขึ้น จนเกิดอาการใจสั่นได้ในผู้ป่วยบางราย


7. การทานยาบางชนิด

            ยาบางชนิดทำให้เกิดอาการใจสั่นได้เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาฆ่าเชื้อรา ยาแก้ไอ ยาลดไข้ ยาทางจิตเวช ยาลดน้ำหนัก ยาลดความดันโลหิต ยารักษาไทรอยด์ หรือยาสูดพ่นสำหรับโรคหืด เป็นต้น หากคุณรับประทานยาเหล่านี้ร่วมกัน หรือทานยาใดยาหนึ่งแล้วเกิดอาการใจสั่นขึ้นคุณไม่ควรหยุดยาเอง แต่ให้ไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางการแก้ไข


8. ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ

            หากวันทั้งวันคุณไม่ได้ทานข้าว หรือทานอาหารที่ให้พลังงานจนระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง จะทำให้คุณมีอาการใจสั่น มื่อสั่น เหงื่อออกตามฝ่ามือ และหน้ามืดได้ เนื่องจากขณะระดับน้ำตาลในเลือดของคุณต่ำลง ฮอร์โมนบางชนิดจะหลั่งออกมา ทำหน้าที่คล้ายกับอะดรีนาลีน (adrenaline) เพื่อปรับตัวให้ร่างกายใช้พลังงานสำรองที่เก็บไว้


9. การเกิดไฮเปอร์ไทรอยด์ (hyperthyroidism)

            ต่อมไทรอยด์คือต่อมลักษณะคล้ายผีเสื้ออยู่บริเวณคอ ซึ่งทำหน้าที่ผลิตไทรอยด์ฮอร์โมน ซึ่งมีหน้าที่ในการกระตุ้นระบบเผาผลาญ หรือการทำงานของอวัยวะต่างๆของร่างกาย การที่ต่อมทำงานมากเกินไป จะทำให้มีฮอร์โมนไทรอยด์สูงเกินไปจึงเกิดอาการใจสั่นขึ้นมาได้ ภาวะดังกล่าวอาจเรียกว่า ภาวะไฮเปอร์ไทรอยด์ หรือไทรอยด์เป็นพิษ หรือแม้กระทั่งการทานไทรอยด์ฮอร์โมนในผู้ที่มีไทรอยด์ฮอร์โมนต่อ (hypothyroid) ก็ทำให้เกิดอาการใจสั่นได้เช่นกัน


10. โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ

            โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะมีหลายชนิด เรียกรวมๆว่า อะริธเมีย (arrhythmia) ซึ่งทำให้เกิดอาการใจสั่นได้

  • เอเทรียล ฟริบิเลชั่น (Atrial fibrillation; AFib) เกิดจากหัวใจห้องบนมีจังหวะการเต้นที่ผิดปกติ
  • ซุปปราเวนตริคูล่า ทาคีคาเดีย (Supraventricular tachycardia) เป็นการเต้นของหัวใจที่เร็วเกินไปโดยมีสาเหตุมาจากหัวใจห้องบน
  • เวนตริคูล่า ทาคีคาเดีย (Ventricular tachycardia) เป็นการเต้นของหัวใจที่เร็วเกินไปโดยมีสาเหตุจากหัวใจห้องล่าง


11. การดื่มแอลกอฮอล์

            แอลกอฮอล์มีฤทธิ์กระตุ้นการเต้นของหัวใจ ซึ่งหากคุณดื่มมากเกินไป หรือมากกว่าที่เคยดื่มมักเกิดอาการใจสั่นขึ้นมาได้ แต่ในบางคนที่คออ่อนมากๆ ดื่มแอลกอฮอล์เพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้เกิดอาการใจสั่นได้


12. โรคหัวใจพีวีซี (Premature ventricular contractions; PVCs)

            โรคหัวใจพีวีซีคือการมีความผิดปกติของบางส่วนของหัวใจ ทำให้มีจังหวะหัวใจเพิ่มขึ้นมาส่งผลให้มีจังหวะการเต้นหัวใจที่ผิดปกติบางครั้งทำให้มีการอาการใจสั่น ใจหวิว หรือเจ็บหน้าอกได้ ซึ่งหากเกิดในคนที่สุขภาพดีอาจไม่ต้องรับการรักษา แต่หากที่อาการบ่อย หรือเกิดในคนที่มีปัญหาโรคหัวใจเดิมอยู่แล้วควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม


13. โคเคนหรือยาเสพติดอื่นๆ

            การเสพโรคเคน ยาบ้า ยาอี เป็นสิ่งที่เป็นอันตรายเนื่องจาก โคนเคนมีฤทธิ์เพิ่มความดันโลหิต เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ทำลายกล้ามเนื้อหัวใจ ยาบ้ากระตุ้นระบบประสาท ทำให้การเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น ส่วนยาอีกระตุ้นการปลดปล่อยนอร์อีพิเนฟฟริน (norepinephrine) ซึ่งสารดังกล่าวกระตุ้นการเต้นของหัวใจได้ โดยรวมแล้วการเสพยาต่างๆมีผลต่อหัวใจทั้งสิ้นจึงเกิดอาการใจสั่นขึ้นมาได้


            จากสาเหตุทั้งหมดที่กล่าวมาหากคุณมีสุขภาพที่แข็งแรงอยู่แล้วการเกิดอาการใจสั่นบางครั้งไม่เป็นอันตราย เนื่องจากเกิดเพียงเวลาสั้นๆ หรือนานๆเกิดที แต่หากคุณต้องพบแพทย์บ่อยๆจากอาการดังกล่าวอาจตั้งข้อสังเกตุได้ว่าคุณอาจมีความผิดปกติบางอย่าง โดยเฉพาะมีอาการใจสั่นร่วมกับอาการเจ็บหน้าอก หายใจลำบาก เวียนศีรษะหรือเป็นลม


การตรวจของแพทย์มีหลายวิธีได้แก่

  • การตรวจกราฟหัวใจ (electrocardiogram; ECG) กราฟหัวใจเป็นสิ่งที่บอกได้ว่ามีความผิดปกติของการเต้นของหัวใจหรือไม่และน่าจะผิดปกติที่ส่วนใด
  • การติดตามแบบโฮลเตอร์ (Holter monitor) เป็นการตรวจ ECG นาน 24 – 72 ชั่วโมงเพื่อหาความผิดปกติของการเต้นของหัวใจ
  • การตรวจในบางเหตุการณ์ (Event monitor) เป็นการใส่เครื่องวัดการเต้นของหัวใจ เครื่องจะทำการตรวจการเต้นของหัวใจเมื่อคุณกดปุ่มในขณะที่คุณมีอาการใจสั่น หรือเจ็บหน้าอก
  • การเอคโค่หัวใจ (echocardiogram) การเอคโค่คือการใช้คลื่นเสียงในการสร้างสร้างแบบจำลองหัวใจของคุณเพื่อหาความผิดปกติ