แนวทางการป้องกันไมเกรน

แนวทางการป้องกันไมเกรน

การปรับพฤติกรรม

การปรับพฤติกรรมเช่น การรับประทานอาหารตรงเวลา ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ (ประมาณ 2 ลิตรต่อวัน) ดื่มกาแฟน้อยลง พักผ่อนให้เพียงพอ (ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง และไม่เกิน 9 ชั่วโมง) การวอร์มร่างกายก่อนออกกำลังกาย และการคูลดาวน์หลังออกกำลังกาย พฤติกรรมเหล่านี้หากทำอย่างถูกต้องจะสามารถป้องกันการปวดหัวไมเกรนได้

การทานอาการอย่างเพียงพอ

การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างเพียงพอ สามารถช่วยป้องกันไมเกรน ได้แก่

  • แมกนีเซียม เป็นแร่ธาตุ พบในผักใบเขียว ธัญพืช และถั่วต่างๆ
  • โคเอนไซม์ คิวเทน (CoQ10) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระพบในน้ำมันปลา และธัญพืชไม่ขัดสี
  • วิตามินบี 2 พบในนม และเนื้อวัว
  • เมลาโทนิน เป็นฮอร์โมนที่หลั่งจากสมองขณะนอนหลับ หรือพบในพืช เช่น มะเขือเทศ มะกอก วอลนัต ข้าวบาร์เลย์

โดยการรับประทานอาหารเสริมต่างๆ ควรให้แพทย์รับทราบเพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

การจดไดอารี่

งานวิจัยพบว่า 87% ของผู้ที่เขียนไดอารี่พบสิ่งที่เป็นปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดไมเกรน ซึ่งแอปพลิเคชั่นที่ช่วยในการจดต่างๆปัจจุบันมีมาก หรือใช้สมุดจดไดอารี่ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน เพื่อหาปัจจัยที่เป็นสิ่งกระตุ้นและเลี่ยงปัจจัยเหล่านั้น

การจัดการความเครียด

การบันทึกความเครียดที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ซึ่งอาจแบ่งเป็นคะแนน 0 – 10 ซึ่ง 0 หมายถึงไม่เครียดเลย 10 หมายถึงเครียดมากที่สุดในชีวิต จะช่วยเตือนสติของตนเองได้ ซึ่งหากมีความเครียดมากเกินไป อาจบรรเทาด้วยการรับประทานยาตามแพทย์สั่ง การออกกำลังกาย โดยเฉพาะโยคะ จะสามารถบรรเทาความเครียดได้ ซึ่งการเล่นโยคะ 5 ครั้งต่อสัปดาห์ จะทำให้เกิด
ไมเกรนลดลง โดยเลือกชนนิดของโยคะให้เหมาะกับตนเอง แต่ไม่แนะนำการเล่นโยคะร้อนเพราะจะทำให้เลือดสูบฉีดมากขึ้น อาจทำให้ปวดหัวไมเกรนได้

การทานยาป้องกันไมเกรน

หากการปวดหัวไมเกรนของคุณไม่ดีขึ้นเมื่อทานยาที่ใช้ประจำ และมีอาการมากกว่า 4 ครั้ง/เดือน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับยาป้องกันการปวดหัวไมเกรน ที่จะต้องทานทุกวันเพื่อลดความรุนแรงและความถี่จากการปวดหัว โดยยาที่ใช้ป้องกันในทั่วไปอาจเป็นยาป้องกันโรคลมชัก ยาลดความดัน หรือยาคลายกังวล ซึ่งไม่ต้องประหลาดใจเนื่องจากยา 1 ชนิดอาจมีประโยชน์ในการรักษาได้หลายโรค

การฉีดโบท็อกซ์

หากคุณมีอาการปวดหัวไมเกรนเรื้อรัง การฉีดโบท็อกซ์ที่กล้ามเนื้อส่วนหัว คอ และไหล่ 1 ครั้งจะช่วยป้องกันไมเกรนได้ 2-3 เดือน ผ่านกลไกการรบกวนการส่งกระแสประสาทสำหรับอาการปวด ซึ่งอาจไม่ได้ผลกับทุกคน ไม่ใช่ทางเลือกแรกการรักษา และมีราคาสูง

การปวดหัวไมเกรนสัมพันธ์กับประจำเดือน

ในผู้หญิงหลายคน มักมีอาการปวดหัวไมเกรน ทุกครั้งที่เป็นประจำเดือน หรือก่อนมีประจำเดือน ยาที่ใช้ป้องกันได้แก่
ยาแก้อักเสบกลุ่ม เอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน นาพรอกเซน หรือยาป้องกันไมเกรนที่รับประทานอยู่สามารถป้องกัน หรือบรรเทาอาการปวดไมเกรนได้ ซึ่งหากยาดังกล่าวไม่ได้ผล หรือมีประจำเดือนมาไม่ปกติ การใช้ยาคุมกำเนดเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถใช้ได้

การปวดหัวไมเกรนสัมพันธ์กับสภาพอากาศ

ในผู้ป่วยบางรายมักมีอาการเมื่ออยู่ในสภาพอากาศ ร้อนจัด หนาวจัด หรือแห้งจัด ซึ่งหากไม่สมารถหลีกเลี่ยงได้
การเผชิญต่ออากาศดังกล่าว เพื่อให้ร่างกายปรับสภาพให้ชินกับสภาพอากาศดังกล่าว แต่หากมีอาการน้ำมูกร่วมด้วย อาจใช้ยาแพ้แพ้ โดยหลีกเลี่ยงการใช้ยาบรรเทาอาการคัดจมูกเนื่องจากทำให้เกิดไมเกรนเพิ่มขึ้น

การฝังเข็ม

มีการศึกษาเกี่ยวกับการฝังเข็มรักษาไมเกรนว่าสามารถลดความถี่ในการปวดไมเกรนได้ โดยมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับยาที่ใช่ในปัจจุบัน

ยาที่กำลังพัฒนา

มียาชนิดใหม่ที่กำลังพัฒนาเพื่อในการป้องกันการปวดหัวไมเกรนในผู้ป่วที่ถูกกระตุ้นด้วยแสง โดยยาออกฤทธิ์โดยการลดการหลั่งสารเคมีในสมอง ทำให้อาการปวดหัวไมเกรนลดลงได้

การใช้อุปกรณ์ป้องกันไมเกรน

เป็นอุปกรณ์ที่สามารถส่งคลื่นแม่เหล็ก หรือสัญญาณไฟฟ้าออกมาส่งผลต่อเซล์ประสาทในสมอง บางอุปกรณ์สามารถวางที่หัว หรือคอ 2 – 3 นาที/ครั้ง ซึ่งทำให้คุณต้องรับประทานยาไมเกรนลดลง โดยอุปกรณ์เหล่านี้องค์การอาหารและยาของต่างประเทศมีการรับรองให้ออกขายได้อย่างถูกกฏหมาย

อาการปวดหัวไมเกรนสัมพันธ์กับยาที่รับประทาน

ยาโรคประจำตัวอื่นๆ หรือยาที่ใช้ประจำทุกวันอาจส่งผลทำให้เกิดการกำเริบของไมกรนได้ การสังเกตุความสัมพันธ์ดังกล่าวและควรแจ้งแพทย์เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการรักษา

การทานยารักษาให้ไวที่สุดเท่าที่ทำได้

ประสิทธิภาพของยารักษาไมเกรนจะเพิ่มขึ้น เมื่อรับประทานให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยหากผู้ป่วยมีอาการนำ เช่นอาการง่วงซึม อารมณ์แปรปรวน อ่อนแรง ปวดต้นคอ หรือกลัวแสง ให้รีบรับประทานยารักษาไมเกรน โดยไม่ต้องรอให้มีการปวดโดยอาการเหล่านั้นแต่ละคนจะไม่เหมือนกันและเกิดก่อนการปวดหัวไมเกรนอย่างน้อย 1 ชม.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *