สาเหตุหลักของการทำลายตับ

สาเหตุหักของการทำลายตับ

หน้าที่ของตับ

ตับ เป็นอวัยวะที่ทุกคนรู้จักกันดี แต่น้อยคนที่จะทราบถึงหน้าที่ขอตับ ซึ่งตับมีหน้าที่ในการย่อยอาหาร สร้างภูมิต้านทานเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค กรองงของเสีออกจากเลือด ดังนั้นจะเห็นว่าตับต้องทำงานนตลอดเวลาและเราไสมารถมีชีวิตอยู่ได้ถ้าไม่มีตับ ซึ่งข่าวดีคือเราสามารถยับยั้ง หยุดการทำลายตับและยังทำให้ตับกลับมาแข็งแรงได้ด้วย

โรคตับเกิดได้อย่างไร ?

ตับเป็นอวัยวะที่บอบบางและถูกทำลายได้ง่าย โดยมักเริ่มจากการเป็นแผลเป็นเล็กๆก่อน ที่หากไม่ได้รับการรักษา และยังคงถูกทำลายไปเรื่อยๆนั้น จะพัฒนาเป็นโรคตับแข็ง ในระยะนี้การทำงานของตับจะลดลง จนกระทั่งไม่ทำงานกลายเป็นตับวายในที่สุด ที่อาจทำให้เสียชีวิตได้
อาการแสดงของโรคตับ

ในระยะแรกๆ อาจจะยังไม่มีอาการแสดงแต่เมื่อโรคดำเนินไปเรื่อยๆ อาการจะเริ่มจากมีอาการคัน เป็นจ้ำเลือดง่าย ผิวเหลือง ตาเหลือง หรือเรียกว่าดีซ่าน ในบางรายมีอาการปวดท้อง เบื่ออาหาร ท้องมาน รวมถึงขา และข้อเท้าบวม
โรคตับวายเฉียบพลัน

โรคตับเป็นโรคเรื้อรัง มีการดำเนินไปของโรคนาน แต่มีบางกรณีที่ตับมีการสูญเสียการทำงานเฉียบพลัน อาการแสดงเหมือนกับตับวายเรื้อรัง ประกอบด้วยดีซ่าย ปวดท้องเป็นต้น ซึ่งใช้เวลาของโรคเพียง 1 สัปดาห์หรือน้อยกว่าเท่านั้น หากมีอาการดังกล่าวควรพบแพทย์เพื่อตรวจและส่งงานอีกครั้ง
สาเหตุของโรคตับ

โรคตับในบางรายเกี่ยวข้องกับวิธีการรักษา โรคอื่นๆ รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตว่าดื่มแอลกออฮอล์มากหรือน้อย และได้ออกกำลังกายบ้างหรือไม่
โรคอ้วน

จากรายงานพบว่าผู้ที่น้ำหนักมากกว่า มีความเสี่ยงในการเป็นโรคตับมากกว่า เพราะในผู้ที่ไขมันเยอะจะมีภาวะที่เรียกว่า ไขมันพอกตับ แม้ว่าจะมีคามรุนแรงน้อยกว่า แต่ภาวะไขมันพอกตับสามารถพัฒนาเป็นโรคตับแข็งได้
การดื่มแอลกอฮอล์

การอื่มแอลกอฮอล์จะทำให้ตับทำงานหนักเนื่องจากจะต้องกำจัดแอลกอฮอล์ออกจะกระแสเลือด นอกจากนี้ในกระบวนการกำจัดจะเกิดสารที่เป็นพิษต่อตับมาทำลายตับอีกด้วย การดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากเป็นเวานานนั้น จะทำให้เกิดโรคตับได้ง่าย เริ่มจากมีไขมันมาพอกตับก่อนจากนั้นเมื่อโรคดำเนินไปเรื่อยๆจะเกิดภาวะตับอักเสบจากแอลกอฮอล์เกิดขึ้น พัฒนาเป็นตับแข็ง และตับวาย อาจถึงขั้นเสียชีวิตในที่สุด
การทานยาหรือได้รับสารเคมีบางชนิด

ยาและอาหารเสริมบางชนิดสามารถทำลายตับได้เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาพารา ยาแก้อักเสบเม็ดสีชมพู หรือแก้อักเสบอื่นๆ แต่ยาเหล่านี้จะส่งผลต่อตับก็ต่อเมื่อกินในขนาดยาสูง หรือกินร่วมกับแอลกอออล์ หรือยาอื่นๆที่ส่งผลต่อตับเท่านั้น ยาที่ทำลายตับได้ยังมียาเสพติดเช่น โคเคน เฮโรอีนต่างๆอีกด้วย สำหรับสารเคมีที่ทำลายตับได้แก่ผลิตภัฑ์ทำความสะอาด หรือสาพิษจากโรงงานต่างๆ
การติดเชื้อ

เชื้อไวรัสตับอักเสบมี 3 ชนิดได้แก่ เอ บี และซี รวมถึงไวรัสอื่นๆที่ทำลายตับได้ ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่จะติดไวรัสตับอักเสบนั้นได้แก่ การใช้เข็มร่วมกับผู้อื่น มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน เปลี่ยนคู่นอนบ่อยหรือทานอาหารร่วมกับผู้ที่มีเชื้อไวรัสตับอักเสบ เป็นต้น

ภาวะภูมิไวเกิน

ในผู้ที่มีภูมิไวเกิน สามารถถูกทำลายอวัยวะได้หลากหลาย แม้กระทั่งตับ ซึ่งหากเป็นจากสาเหตุดังกล่าวอาจต้องใช้ยากดภูมิเพื่อลดการทำงานของภูมิคุ้มกันที่ทำลายตัวเอง
ท่อน้ำดีอุดตัน      
            ท่อน้ำดีคือท่อส่งน้ำดีที่ต่อจากตับไปสู่ลำไส้ ซึ่งหากท่อดังกล่าวอึดตันทำให้มีน้ำดีค้างอยู่เป็นเหตุให้ตับถูกทำลายได้ เรียกว่า Budd-Chiari syndrome ที่หาได้ยาก หรือเกิดนิ่วในท่อน้ำดีขึ้น ก็เป็นสาเหตุในตับถูกทำลาย เป็นเหตุให้เกิดภาวะดีซ่าน และปัญหาสุขภาพอื่นๆตามมา
มะเร็ง

มะเร็งหลายๆชนิดสามารถแพร่กระจายมายังตับได้ หรือแม้กระทั่งมะเร็งตับเองก็ตาม ซึ่งโอกาสเกิดมะเร็งจะมากขขึ้นในผู้ที่ตับิดปกติเดิมอยู่แล้วเช่นมีไขมันพอกตับ เป็นโรคตับแข็ง ภาวะตับอักเสบ เป็นต้น ซึ่งหากคุณมีภาวะดังกล่าวแพทย์จะแนะนำให้ตรวจมะเร็งบ่อยขึ้นเพื่อให้ตรวจเจอได้ทันและรักษาง่าย
ปัญหาจากพันธุกรรม

ในเด็กบางรายมีภาวะพร่องเอนไซม์ Alpha-1 antitrypsin (A1AD) ซึ่งอาจจะยังไม่แสดงอาการจนกระทั่งอายุ 40-50 ปี  ในผู้ที่เป็น A1AD จะทำให้ไม่สามารถสร้างโปรตีนขึ้นมาเพื่อปกป้องตับได้ทำให้ตับถูกทำลาย

โรค Hemochromatosis เป็นโรคที่มีการสะสมธาตุเหล็กไว้ในตับมากเกินไปคล้ายกับ Wilson disease ที่มีการสะสมทองแดงในตับมากิดปกติ
การวินิจฉัยโรคตับ

ในการตรวจจะเริ่มจากการตรวจเลือดเพื่ดูการทำงานของตับ หากผลออกมาผิดปกติ จะต้องทำการอัลตราซาวด์ CT scan หรือ ทำ MRIs เพิ่มเพิ่ตรวจอย่างละเอียด และบางครั้งแพทยต้องทำการเจาะเอาชิ้นเนื้อจากตับมาตรวจ
การรักษา

ในการรักษาที่ดีที่สุดคือการปรับพฤติกรรมที่เป็นสาเหตุของโรค หรือการใช้ยาเป็นเพื่อชะลอการทำลายตับเช่นสเตียรอยด์ หรือการผ่าตัดเป็นต้น
การหยุดดื่มแอลกอฮอล์

ในผู้ที่เป็นโรคตับไม่ว่าจะร้ายแรงหรือไม่ หากถูกทำลายของแอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในเป้าหมายการรักษา มีการป้องกันการถูกทำลายของตับด้วย ดังนั้นการเลิกแอลกอฮอล์คือวิธีที่สุด หรือจำกัดไม่เกิน 1 ดื่มมาตรฐานในผู้หญิงและ 2 ดื่มมาตรฐาน
การทานอาหารที่เป็นประโยชน์และออกกำลังกายอย่างเพียงพอ

การลดน้ำหนักในผู้ที่น้ำหนักเกินสามารถทำให้ตับกลับมาสุขภาพดีได้ โดยอาหารที่เป็นประโยชน์ได้แก่ ธัญญาพืช ลไม้ ผัก โปรตีนจากสัตว์ต่างๆ หลักการเลือกคือเลือกที่กากใยสูง และเลี่ยงอาหารประเภทไขมันและเค็ม
การปลูกถ่ายตับ

ในผู้ป่วยที่ตับถูกทำลายมากๆ แพทย์อาจเลือกวิธีกาปลูกถ่ายตับมารักษา ซึ่งใช้เพียงบางส่วนของตับเท่านั้น หลังจากนั้นส่วนที่ปลูกถ่ายจะเจริญและแบ่งตัวจนเป็นตับได้อีกครั้ง เช่นเดียวกับผู้ที่บริจาคก็จะเจริญมาเหมือนเดิมเช่นกัน
การอ่านฉลากยา

การอ่านฉลากยาเป็นเรื่องสำคัญเพราะเราไม่ควรทานยาเกินขนาดที่แนะนำ รวมถึงการทานยากับแอลกอฮอล์ หากแพย์หรือเภสัชกรไม่ได้แนะนำให้รับประทาน รวมทั้งหากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับตับควรแจ้งแพท์ให้ทราบก่อนเริ่มรับประทานยา หรืออาหารเสริมต่างๆ
การดูแลสุขภาพ

การตรวจสุขภาพเป็นประจำเป็นสิ่งที่ควรทำ รวมถึงทำตามคำแนะนำสุขภาพที่ได้รับโดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ที่หากคุมไม่ได้จะส่งผลถึงการทำงานของตับ รวมทั้งการฉีดวัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบจะป้องกันตับไม่ให้ถูกทำลายได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *