การตรวจร่างกายที่จำเป็นสำหรับคุณผู้ชายโดยเฉพาะ

การตรวจร่างกายที่จำเป็นสำหรับคุณผู้ชายโดยเฉพาะ

ทำไมถึงต้องตรวจร่างกาย ?

            การตรวจร่างกายในเวลาที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่คุณผู้ชายควรทำ เพราะการตรวจร่างกายจะทำให้เราค้นพบโรคได้ก่อนที่จะมีอาการแสดง ซึ่งยิ่งเจอโรคเร็วเท่าไหร่ การรักษาก็จะง่ายและใช้เวลาน้อยเช่น มะเร็งลำไส้อาการเริ่มต้นอาจเป็นเพียงก้อนเล็กๆในลำไส้ หรือโรคเบาหวานที่หากค้นพบเร็วก็จะสามารถป้องกันอาการแทรกซ้อนได้เช่น อาการเบาหวานขึ้นตาทำให้การมองเห็นผิดปกติ และอาการอื่นๆอีกมากมาย โดยจำนวนสิ่งที่ตรวจจะขึ้นอยู่กับอายุและปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดโรคนั้นๆ

การตรวจมะเร็งต่อมลูกหมาก

            มะเร็งต่อมลูกหมากพบมากในผู้ชายชาวอเมริกันรองจากมะเร็งผิวหนัง ซึ่งเป็นโรคที่มีความรุนแรงแม้ว่าจะเป็นมะเร็งชนิดที่เจิรญเติบโตช้าก็ตาม การตรวจร่ากายจะทำให้เราพบก้อนมะเร็งนั้นๆก่อน และทำการรักษาได้ง่ายและรวดเร็ว

วิธีการตรวจมะเร็งต่อมลูกหมาก

ในการตรวจมะเร็งต่อมลูกหมากใช้วิธี digital rectal exam (DRE) และการตรวจ prostate specific antigen (PSA) ในกระแสเลือด ซึ่งในแนวทางการรักษาแนะนำให้ตรวจสาร PSA ในกระแสเลือดมากกว่า และสมาคมโรคมะเร็งของอเมริกาแนะนำให้ผู้ชายที่อายุถึงเกณฑ์คุยกับแพทย์ถึงปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมาก และข้อดีข้อเสียของการตรวจ ซึ่งอายุที่ควรไปพบแพทย์มีดังนี้

  • ผู้ชายอายุ 50 ปี เป็นอายุเฉลี่ยที่พบการเกิดมะเร็ง
  • ผู้ชายอายุ 45 ปีที่มีความเสี่ยงสูง
  • ผู้ชายอายุ 40 ปี ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก

การตรวจมะเร็งอัณฑะ

อัณฑะคือต่อมที่สร้างฮอร์โมนเพศ และน้ำอสุจิในเพศชาย มะเร็งอัณฑะนั้นเป็นชนิดที่พบไม่บ่อย เกิดในผู้ชายอายุตั้งแต่ 20 – 54 ปี สมาคมโรคมะเร็งของอเมริกาจึงให้คำแนะนำว่าควรตรวจในผู้ชายทุกคนที่ไปตรวจร่างกายตามปกติ โดยเฉพาะในผู้ที่มีคนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งชนิดดังกล่าว เพราะจัดเป็นคนที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งสังเกตุเองได้คือหากมีก้อนเนื้อแข็ง รูปร่างหรือขนาดของอัณฑะผิดแปลกไป ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด
การตรวจมะเร็งลำไส้

มะเร็งลำไส้ เป็นมะเร็งชนิดที่มีการเสียชีวิตมากเป็นอันดับที่สอง ซึ่งผู้ชายจะมีความเสี่ยงมากกว่าผู้หญิง โดยเป็นมะเร็งชนิดที่เจริญช้า ก้อนมะเร็งจะค่อยๆเจริญภายในลำไส้ หากเจริญเต็มที่แล้วมีโอกาสที่จะกระจายไปสู่อวัยวะอื่น การป้องกันที่ดีที่สุดคือการตรวจพบก่อนที่จะเจริญอย่างสมบูรณ์และผ่าตัดนำก้อนมะเร็งนั้นออก

วิธีการตรวจมะเร็งลำไส้

กาตรวจควรเริ่มตรวจในผู้ชายที่อายุ 50 ปีขึ้นไปโดยวิธีการที่นิยมมากที่สุดคือการส่องกล้อง ซึ่งหากพบก้อนเนื้อแพทย์จะสามารถนำออกได้ทันที แต่หากไม่ต้องการส่องกล้อง อาจทำการแสกนโดยวิธี CT scan การกลืนแป้ง หรือ เอ็กซเรย์ด้วยวิธีพิเศษ อย่างไรก็ตามหากแสกนเบื้องต้น พบว่ามีก้อนอยู่จริงก็จะต้องส่องกล้องเพื่อตัดก้อนดังกล่าวออกอยู่ดี

มะเร็งผิวหนัง

มะเร็งผิวหนังที่น่ากลัวคือชนิด เมลาโนม่า (melanoma) ซึ่งเป็นมะเร็งที่มีสาเหตุมาจากเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างเม็ดสีผิวคือ เมลาโนไซต์ มีการทำงานมากกว่าปกติ ซึ่งมะเร็งชนิดนี้พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงถึงสองเท่า และมะเร็งผิวหนังที่ไม่ใช่เมลาโนม่า ก็พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง 2-3 เท่าเช่นกัน โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นมะเร็งคือการถูกแสงแดดเป็นเวลานานนั่นเอง
การตรวจะเร็งผิวหนัง

มีการสังเกตุเบื้องต้นจากสมาคมโรคมะเร็ง และสามาคมโรคผิวหนังของอเมริกาว่าให้สังเกตุการเปลี่ยนแปลงของผิวว่ามีจุดที่รูปร่าง หรือสีที่ผิดปกติ ซึ่งในการรักษาจะดีที่สุดก็ต่อเมื่อเจอมะเร็งดังกล่าวในระยะต้นๆ

โรคความดันโลหิตสูง

            โรคความดันโลหิตสูงนั้นเกิดขึ้นมากตามอายุที่เพิ่มขึ้น รวมถึงน้ำหนักตัวที่มาก และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่น่ากลัวเพราะจะเกิดโรคแทรกซ้อนเฉียบพลันโดยไม่มีอาการแสดงมาก่อนเช่น หลอดเลือดในสมองแตก เป็นต้น ซึ่งการควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในช่วงปกติมีความสำคัญ เพราะจะลลดความเสี่ยงในการเปป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเอดในสมอง ไตวายเฉียบพลัน ซึ่งการตรวจความดันโลหิตปัจจุบันทำได้ง่ายและทำเองได้ที่บ้าน หากพบว่าสูงกว่าปกติควรพบแพทย์เพื่อทำการรักษา

การตรวจความดันโลหิต

การตรวจความดันโลหิตจะมี 2 ค่าคือความดันตัวบนสะท้อนถึงความดันขณะหัวใจบีบตัว และความดันตัวล่างสะท้อนถึงความดันระหว่างที่เส้นเลือดคลายตัว ค่าปกติของความดันคือน้อยกว่า 120/80 มม.ปรอท ซึ่งหากความดันโลหิตสูงกว่า 130/80 มม.ปรอท จะถือว่าเป็นความดันโลหิตขั้นต้นซึ่งควรทำการหาปัจจัยเสี่ยงถึงความดันโลหิตสูง
การตรวจระดับคลอเสเตอรอลในเลือด

ระดับของไขมันเลวในเลือดสูงจะทำให้เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจเนื่องจากจะเกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดแข็งและแคบได้ (เหมือนกับสายยางที่มีตะไคร้อุดไว้ ทำให้สายยางเคบและแข็ง) เพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจ และโรหลอดเลือดสมองที่เป็นโรคเฉียบพลัน ไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า การรักษาที่ดีที่สุดคือการปรับพฤติกรรม ควบคู่กับการทานยาลดไขมันในเลือด
การวัดระดับคลอเลสเตอรอลในเลือด

ในการตรวจจะตรวจพ้อมกับการเจาะเลือดทั่วไป เพียงแต่ควรงดอาหารมาก่อนการตรวจซึ่งการตรวจไขมันในเลือดจะประกอบด้วย ไขมันทั้งหมด ไขมันเลว (LDL) ไขมันดี (HDL) และไตรกลีเซอไรด์ในเลือด แพทย์จะใช้ค่าดังกล่าวเพื่อประเมินความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน รวมทั้งพิจารณาการรักษา ซึ่งควรเริ่มตรวจในผู้ชายอายุ 20 ปีที่มีความเสี่ยงสูงเช่นมีภาวะน้ำหนักเกิน มีคนในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ หรือกลอดเลือดในสมองมาก่อน และผู้ชายอายุ 35 ปีขึ้นไป ที่ไม่มีความเสี่ยง
โรคเบาหวานชนิดที่ 2        
            1 ใน 3 ของผู้ชายชาวอเมริกันไม่ทราบว่าตนเป็นโรคเบาหวาน การปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานานจะเพิ่ความเสี่ยงของโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต การมองเห็น ปลายประสาทชา รวมทั้งการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ การตรวจร่างกายจะทำให้เรารับรู้ถึงสภาวะร่างกายตนเอง จึงสามารถป้องกันอาการแทรกซ้อนดังกล่าวได้ โดยการรักษานอกจาอกยาแล้วยังมีการเลือกรับประทานอาหาร และการออกกำลังกายอีกด้วย   
            การตรวจเบาหวานชนิดที่ 2

ในการมีการตรวจหลายรูปแบบเช่นการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด น้ำตาลสะสมในเลือด หรือความสามารถในการใช้น้ำตาลของร่างกาย ซึ่งสามารถเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ควรเริ่มตรวจเมื่ออายุ 45 ปี ในผู้ที่ร่างกายแข็งแรง แต่หากคุณมีโรคประจำตัวเป็นโรคความดันโลหิตสูง น้ำหนักเกิน ไขมันในเลือดสูงอยู่แล้วการตรวจอาจทำเร็วและถี่ขึ้น
การตรวจเชื้อ HIV

เชื้อ HIV เป็นเชื้อที่อยู่ในเลือดและสารคัดหลั่งต่างๆของร่างกายในผู้ที่เคยได้รับเชื้อ ซึ่งเป็นโรคที่ไม่มีอาการแสดงสามารถติดต่อกันผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งบริเวณเนื้อเยื่ออ่นเช่น ช่องคลอด ทวารหนัก ปาก ตา หรือผิวที่มีแผล ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนเพื่อป้องกัน แต่มียาสำหรับการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ HIV แต่ยากดไวรัสนั้นปัจจุบันยังมีผลข้างเคียงสูง
            วิธีการตรวจเชื้อ HIV

ในการตรวจจะตรวจเชื้อ HIV ในเลือดด้วยวิธี อีไลซ่า (ELISA) คล้ายกับการใช้สารที่สามารถจับกับเชื้อ HIV ได้ หากสารที่เราใส่เข้าไปจับกับเชื้อ HIV แสดงว่ามีเชื้ออยู่ในร่างกาย แต่หากจับไม่ได้ ก็คือไม่มีเชื้อในร่างกายนั่นเอง และวิธีที่ 2 คือ western blot assay เป็นวิธีที่อาจให้ผลที่ไม่จริงได้ ดังนั้นหากผลออกมาเป็นลบอาจต้องทำการตรวจซ้ำ หรือหากคิดว่าคุณมีโอกาสสัมผัสเชื้อก็ควรตรวจซ้ำเช่นกัน
วิธีการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ HIV

ในผู้ที่ติดเชื้อจะสามารถตรวจได้เมื่อรับเชื้อมาประมาณ 2 เดือน หรือประมาณ 5% ของผู้ติดเชื้อพบว่ายังให้ผลเป็นลบหลังจากผ่านไป 6 เดือน ซึ่งในการป้องกันคือการไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย รวมถึงการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ส่วนผู้ที่ต้องใช้ยาฉีดที่บ้าน ไม่ควรใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น
โรคต้อหิน

โรคต้อหินเป็นหนึ่งในโรคต้อที่เกิดขึ้นได้ โดยโรคต้อหินสามารถทำให้เส้นประสาทเสื่อม จนกระทั่งตาบอดได้ เนื่องจากโรคต้อหินเกิดจากการที่ความดันในลูกตาสูงผิดปกติ ซึ่งการตรวจตาจะทำให้ทราบภาวะของดวงตาและป้องกันการตาบอดได้

วิธีการตรวจโรคต้อหิน

            การตรวจตาขึ้นอยู่กับอายุและปัจจัยเสี่ยงโดย

  • อายุน้อยกว่า 40 ปี ควรตรวจทุกๆ 2-4 ปี
  • อายุ 40-54 ปี ควรตรวจทุกๆ 1-3 ปี
  • อายุ 55-64 ปี ควรตรวจทุกๆ 1-2 ปี
  • อยุ่ 65 ปีขึ้นไป ควรตรวจทุก 6-12 เดือน

ในการตวจนั้นอาจตรวจบ่อยขึ้นในผู้ที่มีความเสี่ยงได้แก่ ผู้ที่ประวัติครอบครัวเป็นโรคต้อหิน เคยได้รับบาดเจ็บที่ดวงตา หรือทานยาสเตียรอยด์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *